Meta Pay คือกระเป๋าเงินดิจิทัลจาก Meta คล้ายกับ Google Pay, Apple Pay และ PayPal ที่ช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องหยิบบัตรเครดิตออกมาใช้ หากขายสินค้าบนแอปของ Meta หรือผ่านผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินอีคอมเมิร์ซที่รองรับ Meta Pay ก็ช่วยให้ขั้นตอนเช็กเอาต์ลื่นไหลขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มเป้าหมายคุ้นเคยกับวิธีนี้ในฐานะช่องทางชำระเงินที่เลือกใช้เป็นประจำ
คู่มือนี้จะพาไปรู้จักว่า Meta Pay ทำงานอย่างไร ปกป้องข้อมูลลูกค้าแบบไหน รวมถึงวิธีตั้งค่าให้พร้อมใช้งานกับธุรกิจ
Meta Pay คืออะไร
Meta Pay หรือชื่อเดิม Facebook Pay คือกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ช่วยให้ลูกค้ามีวิธีชำระเงินที่ปลอดภัยเวลาซื้อของออนไลน์ โอนเงินให้เพื่อน หรือบริจาคเงิน ใช้งานได้ทั้งในร้านค้าออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับ Meta Pay และบนแพลตฟอร์มของ Meta เช่น Facebook, Instagram, Messenger รวมถึง WhatsApp
Meta Pay ทำงานคล้ายกระเป๋าเงินดิจิทัลอื่นๆ อย่าง PayPal และ Apple Pay โดยทั้ง 3 บริการเปิดให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่อไปนี้ได้
- สร้างบัญชีที่ปลอดภัย
- บันทึกวิธีชำระเงินที่ต้องการ เช่น บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต
- บันทึกข้อมูลจัดส่งและข้อมูลติดต่อ
สำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ข้อดีของ Meta Pay ก็ไม่ต่างจากกระเป๋าเงินดิจิทัลทั่วไป ลูกค้าสามารถเช็กเอาต์ได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว โดยไม่ต้องหยิบบัตรจริงออกมาหรือพิมพ์ข้อมูลลงในหน้าเช็กเอาต์ทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม Meta Pay ยังไม่ได้รองรับแพร่หลายเท่ากับกระเป๋าเงินดิจิทัลรายอื่น ตัวอย่างเช่น แม้ร้านค้าปลีกจำนวนมากในสหรัฐฯจะรับ Apple Pay แต่ Meta Pay ใช้งานได้เฉพาะบนแอปของ Meta และร้านค้าออนไลน์ที่เข้าร่วมเท่านั้น
Meta Pay จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกการชำระเงินดิจิทัลที่ช่วยสร้างประสบการณ์เช็กเอาต์ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะกับร้านค้าที่ขายผ่านโซเชียลมีเดีย
Meta Pay ทำงานอย่างไร
หากธุรกิจใช้ซอฟต์แวร์อีคอมเมิร์ซที่รองรับ Meta Pay ก็สามารถเพิ่มปุ่ม Meta Pay ลงในหน้าเช็กเอาต์ได้โดยตรง ตัว Meta Pay ไม่ได้เป็นผู้โอนเงินเอง แต่ทำหน้าที่ช่วยให้ขั้นตอนชำระเงินง่ายขึ้น ด้วยการส่งข้อมูลการชำระเงินที่ลูกค้าบันทึกไว้ไปอย่างปลอดภัย กระบวนการเมื่อมีการซื้อผ่าน Meta Pay มีดังนี้
1. ลูกค้าสร้างบัญชี Meta Pay แล้วเชื่อมบัตรที่ต้องการใช้เข้ากับกระเป๋าเงินดิจิทัล พร้อมกรอกที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงิน ข้อมูลติดต่อ รวมถึงข้อมูลจัดส่ง จากนั้น Meta Pay จะบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้
2. เมื่อลูกค้าเลือกเช็กเอาต์ด้วย Meta Pay ระบบจะให้กรอก PIN ของ Meta Pay เพื่อยืนยันตัวตน
3. Meta Pay จะดึงรายละเอียดการชำระเงินของลูกค้าและส่งต่อไปยังผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงิน
4. ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินจะติดต่อธนาคารของลูกค้าเพื่อตรวจสอบว่ายอดเงินเพียงพอกับรายการหรือไม่
5. หากรายการได้รับการอนุมัติ ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินจะจัดการโอนเงินจากบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตของลูกค้าเข้าบัญชีร้านค้า
วิธีรับชำระเงินผ่าน Meta Pay
ปัจจุบัน Meta Pay ไม่ได้เป็นตัวเลือก accelerated checkout สำหรับร้านค้า Shopify อีกต่อไป แต่ยังใช้งานได้ผ่านผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินบางราย หากสร้างร้านค้าผ่านแอปของ Meta ก็สามารถเพิ่ม Meta Pay เป็นตัวเลือกการชำระเงินได้ ลูกค้าจึงชำระเงินอย่างปลอดภัยด้วยข้อมูลที่บันทึกไว้ในบัญชี Meta Pay ได้ทันที วิธีตั้งค่า Meta Pay มีดังนี้
1. สร้างบัญชี Meta Business
เริ่มจากสร้างบัญชี Meta Business ก่อน เปิดบัญชี Facebook ส่วนตัว ไปที่เมนู Pages ทางซ้ายของหน้าแรก แล้วเลือกปุ่ม “+ Create New Page” จากนั้นกรอกรายละเอียดธุรกิจให้ครบ
2. เชื่อมต่อ Meta Pay กับ Facebook Shop และ Instagram Shop
แม้ว่าร้านค้าออนไลน์บางแห่งยังคงเชื่อมต่อ Meta Pay ได้อยู่ แต่ Meta ได้ทยอยยุติโปรแกรมพาร์ทเนอร์แล้ว ทำให้ร้านค้าออนไลน์ใหม่ไม่สามารถติดตั้ง Meta Pay บนเว็บไซต์ได้อีก แนวทางของบริษัทตอนนี้คือขยายการใช้งาน Meta Pay ภายในeCo System ของตัวเอง เช่น Facebook, Instagram และ Messenger
Meta Pay ใช้งานได้บน Facebook Shop และ Instagram Shop เมื่อลูกค้าเลือก Meta Pay เป็นครั้งแรก ระบบจะพาไปยังหน้าชำระเงินเพื่อกรอกรายละเอียดอย่างปลอดภัย หลังจากนั้น Meta Pay จะดึงข้อมูลเดิมขึ้นมาให้อัตโนมัติ เพื่อให้เช็กเอาต์ได้เร็วขึ้น
3. เริ่มรับชำระเงิน
โดยทั่วไป เงินที่ชำระผ่าน Meta Pay ควรเข้าบัญชีได้ทันที แต่บางรายการอาจใช้เวลานานกว่านั้น และจะมีการตรวจสอบภายใน 24 ชั่วโมง
สามารถตั้งค่าและจัดการบัญชีรับเงินผ่านบัญชี Meta Business ได้ รวมถึงตัวเลือกเชื่อมบัญชีธนาคารด้วยตนเองหรือเชื่อมบัญชี PayPal บริการนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับลูกค้าและร้านค้า แต่ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินอาจคิดค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกรรม Meta Pay
Meta Pay ปลอดภัยไหม
Meta Pay มีระบบความปลอดภัยหลายชั้นเพื่อปกป้องข้อมูลการชำระเงินและธุรกรรมของลูกค้า มาตรการด้านความปลอดภัยประกอบด้วย
- เทคโนโลยีป้องกันการฉ้อโกง ระบบตรวจสอบของ Meta จะสแกนบัญชีลูกค้าเป็นประจำเพื่อตรวจจับกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตและรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ข้อมูลการชำระเงินถูกจัดเก็บแยกจากข้อมูลโปรไฟล์ผู้ใช้ จึงเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกชั้น
- การเข้ารหัสระดับธนาคาร Meta Pay เข้ารหัสข้อมูลบัญชีธนาคารและรายละเอียดบัตรชำระเงินตามมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรม ช่วยป้องกันข้อมูลทางการเงินสำคัญจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การแจ้งเตือนกิจกรรมแบบเรียลไทม์ ลูกค้าจะได้รับการแจ้งเตือนทันทีเมื่อ Meta Pay ตรวจพบความเคลื่อนไหวผิดปกติในบัญชี เพื่อให้จัดการได้อย่างรวดเร็วหากจำเป็น
- ตัวเลือกการยืนยันตัวตน ผู้ใช้สามารถตั้งค่า PIN ของ Meta Pay ภายในแอป และเปิดใช้ข้อมูลไบโอเมตริกของอุปกรณ์ได้ ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกนำโทรศัพท์ที่สูญหายหรือถูกขโมยไปใช้ชำระเงิน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Meta Pay
Meta Pay ใช้ชำระเงินแบบไหนได้บ้าง
ลูกค้าสามารถใช้ Meta Pay เพื่อซื้อสินค้าและบริการ บริจาคเงินให้องค์กรการกุศลหรือแคมเปญระดมทุนส่วนบุคคล รวมถึงส่งเงินให้เพื่อนและคนในครอบครัวได้ ส่วนเจ้าของธุรกิจก็นำ Meta Pay มาเป็นตัวเลือกเช็กเอาต์แบบดิจิทัลได้เช่นกัน
Meta Pay มีค่าใช้จ่ายเท่าไร
Meta Pay ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับลูกค้า แต่ร้านค้าจะมีค่าธรรมเนียมต่อธุรกรรมสำหรับการชำระเงินด้วยบัตร ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดชำระทั้งหมด
ใช้ Meta Pay กับธุรกิจได้ไหม
ได้ สามารถเปิดให้ลูกค้าชำระผ่าน Meta Pay ได้ในร้านค้าออนไลน์ที่เข้าร่วมและบนแอปของ Meta เช่น Facebook, Instagram, WhatsApp และ Messenger

