หลายธุรกิจย่อมมีวันที่การพึ่งพา Marketplace เพียงแห่งเดียวเริ่มกลายเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโต แม้ Etsy จะเป็นแพลตฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเริ่มต้นขายสินค้า ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงลูกค้าที่กำลังมองหาสินค้าอยู่แล้วได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น หลายคนก็มักเริ่มตั้งคำถามว่า "ขายของบน Etsy คุ้มไหม" หากมองในระยะยาว
แล้วเมื่อไรจึงควรขยับไปอีกขั้น?
เจ้าของธุรกิจ 4 รายค้นพบว่า หากต้องการขยายกิจการอย่างแท้จริง พวกเขาจำเป็นต้องมีอำนาจในการกำหนดวิธีเข้าถึงลูกค้าด้วยตัวเองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกไม่ใช่เรื่อง "อย่างใดอย่างหนึ่ง" เพราะหลายธุรกิจสามารถใช้ Etsy ควบคู่กับร้านค้าออนไลน์ที่สร้างขึ้นบน Shopify ได้อย่างลงตัว เกิดเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยต่อยอดการเติบโตได้ดียิ่งกว่าเดิม
อ่านเพิ่มเติม: วิธีขายสินค้าบน Etsy ให้ประสบความสำเร็จ
1. Old World Kitchen
Old World Kitchen ธุรกิจครอบครัวผู้ผลิตเครื่องครัวคุณภาพ เลือก Etsy เป็นจุดเริ่มต้นของการขายสินค้าออนไลน์ เพราะก่อนหน้านั้น โลกของอีคอมเมิร์ซเป็นเรื่องที่ดูซับซ้อนเกินไปสำหรับพวกเขา ธุรกิจแห่งนี้มุ่งเน้นการสร้างสรรค์งานฝีมือเป็นหลัก ขณะที่ Loran Polder ผู้จัดการธุรกิจ ก็ยังมีประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์ไม่มากนัก
"บน Etsy มีสิ่งที่ดึงความสนใจอยู่มากมาย มันเหมือนการเดินเล่นในงานแฟร์งานคราฟต์ ที่ผู้คนแวะดูแต่ละบูธไปเรื่อยๆ มากกว่าการตั้งใจเดินเข้าร้านใดร้านหนึ่งโดยเฉพาะ" Loran Polder ผู้จัดการธุรกิจของ Old World Kitchen กล่าว
ครอบครัวนี้แทบไม่มีพื้นฐานด้าน SEO ทำให้การดึงลูกค้าเข้ามาด้วยการค้นหาตามธรรมชาติเป็นเรื่องท้าทาย แต่ Etsy กลับช่วยลดอุปสรรคดังกล่าว เพราะมีฐานผู้ซื้อจำนวนมากที่กำลังค้นหาสินค้าในประเภทเดียวกันอยู่แล้ว จึงกล่าวได้ว่า Etsy คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของพวกเขาเริ่มต้นได้อย่างมั่นคง
อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว คำถามที่ว่า "ขายของบน Etsy คุ้มไหม" ก็ไม่ได้มีคำตอบเพียงเรื่องยอดขายอีกต่อไป แต่รวมถึงการสร้างแบรนด์ การเข้าถึงลูกค้า และการขยายธุรกิจในระยะยาวด้วย
Old World Kitchen ค่อยๆ สร้างตัวตนบนช่องทางอื่น โดยเฉพาะ Instagram ซึ่งช่วยให้แบรนด์มีเอกลักษณ์ชัดเจนขึ้น พร้อมทั้งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มองหาเครื่องครัวระดับพรีเมียมและสินค้าลักชัวรี
ท้ายที่สุด พวกเขาตัดสินใจเปิดร้านค้าออนไลน์ของตัวเองด้วย Shopify ทำให้สามารถควบคุมทุกองค์ประกอบของธุรกิจได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่จำหน่าย กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หรือรูปแบบการนำเสนอสินค้า
หลังจากย้ายแพลตฟอร์ม Loran เล่าด้วยความประทับใจว่า
"มันน่าทึ่งมาก เพราะอัตราการเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้า เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรารู้ทันทีว่าเรากำลังเดินมาถูกทาง"
เรื่องราวของ Old World Kitchen แสดงให้เห็นว่า Etsy เป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม แต่เมื่อธุรกิจเติบโต การมีเว็บไซต์ของตัวเองสามารถช่วยยกระดับแบรนด์ สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง และเปิดโอกาสให้ธุรกิจขยายตัวได้อย่างไร้ข้อจำกัด ดังนั้น หากกำลังชั่งใจว่าขายของบน Etsy คุ้มไหม คำตอบอาจขึ้นอยู่กับเป้าหมายของธุรกิจในแต่ละช่วงเวลา เพราะสำหรับหลายแบรนด์ Etsy คือจุดเริ่มต้น ส่วนเว็บไซต์ของตัวเองคือก้าวสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
2. HaldeCraft
"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันขายของออนไลน์ แต่เป็นครั้งแรกที่ทุกอย่างเป็นของฉันอย่างแท้จริง" Lorena Haldeman เจ้าของแบรนด์ HaldeCraft กล่าว เธอเริ่มต้นจากการจำหน่ายเส้นด้ายที่ย้อมสีด้วยมือ สบู่แฮนด์เมด และผลงานที่เธอภาคภูมิใจที่สุด นั่นคือเครื่องปั้นเซรามิก ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่สั่งสมความเชี่ยวชาญมาตลอดชีวิต
ในช่วงเริ่มต้น Etsy คือพื้นที่ที่ช่วยให้ HaldeCraft เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย แต่เมื่อธุรกิจเติบโต ความท้าทายใหม่ก็เริ่มปรากฏขึ้น
ทุกครั้งที่ Lorena เพิ่มสินค้าใหม่ลงในร้าน Etsy เธอต้องเลือกหมวดหมู่หลักเพียงหมวดเดียวสำหรับสินค้าแต่ละชิ้น ข้อจำกัดนี้ส่งผลให้การจัดหมวดหมู่สินค้าซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนสินค้าที่เพิ่มขึ้น
Lorena อธิบายว่า
"ยิ่งฉันมีสินค้ามากเท่าไร การสร้างหมวดหมู่บน Etsy ให้ลูกค้าหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น"
ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เธอเริ่มกลับมาคิดว่าขายของบน Etsy คุ้มไหม หากธุรกิจมีสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้องการมอบประสบการณ์การเลือกซื้อที่เป็นระบบมากกว่าเดิม
ในที่สุด HaldeCraft จึงย้ายมาสร้างร้านค้าออนไลน์บน Shopify ซึ่งเปิดโอกาสให้ Lorena ออกแบบทุกองค์ประกอบของหน้าร้านได้เอง ตั้งแต่การจัดวางสินค้า ไปจนถึงการสร้างหมวดหมู่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง
เธอกล่าวว่า
"ลูกค้าไม่ควรต้องเสียเวลาเลื่อนดูหลายหน้าเพียงเพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการ ร้านค้าที่ออกแบบมาอย่างดีควรใช้งานง่าย และทำให้ทุกคนค้นหาสินค้าที่กำลังมองหาได้อย่างเป็นธรรมชาติ"
สำหรับ Lorena การออกแบบประสบการณ์ของลูกค้า มีคุณค่าไม่แพ้คุณภาพของสินค้า เพราะยิ่งลูกค้าค้นหาสิ่งที่ต้องการได้สะดวกเท่าไร โอกาสในการตัดสินใจซื้อก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
แม้เธอจะย้ายออกจาก Etsy แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงรักษาไว้คือความเป็นมนุษย์ในการบริการลูกค้า
Lorena กล่าวว่า
"มีหลายสิ่งที่ Etsy สอนให้เราสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และคุณสามารถนำสิ่งเหล่านั้นติดตัวไปเติบโตบน Shopify ได้"
เธอยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า หากเคยเขียนข้อความขอบคุณด้วยลายมือบนใบแพ็กสินค้าสมัยขายผ่าน Etsy ก็สามารถทำเช่นเดิมต่อไปได้ เพราะรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความใส่ใจ และช่วยสร้างความประทับใจที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะขายผ่านแพลตฟอร์มใดก็ตาม
เรื่องราวของ HaldeCraft จึงสะท้อนอีกมุมหนึ่งของคำถามขายของบน Etsy คุ้มไหมได้อย่างชัดเจน เพราะแม้ Etsy จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ประกอบการงานแฮนด์เมด แต่เมื่อธุรกิจเติบโต การมีเว็บไซต์ของตัวเองอาจช่วยให้สามารถจัดการสินค้า สร้างประสบการณ์ลูกค้า และสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างเต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น
3. Brooklyn Candle Studio
Brooklyn Candle Studio คือแบรนด์เทียนหอมรักษ์โลกที่เลือกใช้ขี้ผึ้งถั่วเหลือง (Soy Wax) เป็นวัตถุดิบหลัก และ Etsy คือบ้านหลังแรกของธุรกิจแห่งนี้บนโลกออนไลน์
Tamara Main ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นด้วยรอยยิ้มว่า
"ฉันแค่ลองเปิดร้านบน Etsy พร้อมคิดเล่นๆ ว่า จะมีใครซื้อเทียนหอมออนไลน์ ทั้งที่ยังไม่ได้กลิ่นของมันหรือเปล่านะ?"
คำตอบที่ได้รับกลับเหนือความคาดหมาย
ไม่นานหลังจากเปิดร้าน เทียนหอมของ Brooklyn Candle Studio ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว Etsy เลือกนำสินค้าไปแนะนำในอีเมลประชาสัมพันธ์หลายครั้ง ขณะที่ร้านค้าปลีกต่างๆ ก็เริ่มติดต่อเข้ามาเพื่อนำสินค้าไปวางจำหน่ายในหน้าร้านจริง
Tamara เล่าถึงช่วงเวลาสำคัญของธุรกิจว่า
"ประมาณหกเดือนหลังจากเปิดร้านบน Etsy ฉันได้รับออเดอร์มูลค่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 12,000 บาท) ตอนนั้นฉันคิดทันทีว่า 'นี่มากกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของฉันเสียอีก ฉันทำสิ่งนี้เป็นอาชีพได้จริงๆ เพราะใช้เวลาเพียงสี่วันก็ผลิตเทียนทั้งหมดเสร็จแล้ว'"
เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับผู้ประกอบการหลายคนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจนั้นแทบไม่ต้องลังเล เพราะ Etsy คือแพลตฟอร์มสามารถเปิดประตูสู่ลูกค้าทั่วโลก และสร้างโอกาสทางธุรกิจได้เร็วกว่าที่คาดคิด
อย่างไรก็ตาม เมื่อยอดขายเติบโตขึ้น Tamara ก็เริ่มมองเห็นว่า Etsy อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดสำหรับการขยายธุรกิจในระยะยาว
เธอต้องการให้ Brooklyn Candle Studio เติบโตได้ไกลกว่าข้อจำกัดของ Marketplace จึงตัดสินใจเปิดร้านค้าออนไลน์บน Shopify ควบคู่ไปกับการขายผ่าน Etsy โดยเว็บไซต์ของตัวเองกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดแบรนด์ ทั้งในด้านการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า การเก็บข้อมูลผู้ซื้อ และการสื่อสารการตลาดได้อย่างอิสระมากขึ้น
Tamara อธิบายว่า
"เหตุผลสำคัญที่ทำให้ฉันเลือก Shopify คือระบบที่ช่วยนำเข้าคูปองส่วนลดได้ครั้งละหลายร้อยรายการ โดยไม่ต้องสร้างทีละโค้ด มีแอปชื่อ Bulk Discounts ที่ช่วยได้มาก ฉันเพียงอัปโหลดไฟล์ Excel ทุกอย่างก็พร้อมใช้งาน"
แม้จะเป็นเพียงฟีเจอร์เล็กๆ แต่สำหรับธุรกิจที่กำลังขยายตัว ความสามารถในการจัดการโปรโมชั่นอย่างมีประสิทธิภาพช่วยประหยัดเวลา ลดภาระงาน และรองรับการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ
เรื่องราวของ Brooklyn Candle Studio จึงเป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังตั้งคำถามว่า "ขายของบน Etsy คุ้มไหม" เพราะ Etsy สามารถเป็นจุดเริ่มต้นอันแข็งแกร่งในการสร้างยอดขายและสร้างการรับรู้แบรนด์ แต่เมื่อธุรกิจเติบโต การมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเองก็ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำการตลาด การบริหารลูกค้า และการวางรากฐานเพื่อการเติบโตในระยะยาวได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
4. Popov Leather
Popov Leather คือแบรนด์เครื่องหนังสั่งทำจากเมืองเนลสัน รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา แม้วันนี้จะเป็นแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าทั่วโลก แต่จุดเริ่มต้นของธุรกิจกลับเรียบง่ายอย่างยิ่ง โดย Etsy คือช่องทางสร้างรายได้เพียงแห่งเดียวตลอดช่วง 18 เดือนแรกของการดำเนินธุรกิจ
Ryan Popoff ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เล่าว่า ความสำเร็จในช่วงแรกไม่ได้เกิดจากโชค หากแต่เกิดจากการเรียนรู้วิธีทำงานของอัลกอริทึมบน Etsy และการหาวิธีทำให้สินค้าของตัวเองโดดเด่นกว่าคู่แข่ง
"บน Etsy คุณต้องทำให้ตัวเองแตกต่างจากคนอื่น"
Ryan ศึกษาวิธีนำเสนอสินค้าของร้านค้าจำนวนมาก และพบว่าภาพสินค้าส่วนใหญ่ใช้พื้นหลังสีขาวในลักษณะเดียวกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่
เขาจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ผมจะทำอย่างไรให้สินค้าของเราสะดุดตากว่านั้นได้ยังไง" แทนที่จะเดินตามแนวทางเดิม Ryan เลือกเพิ่มฉากหลังให้กับภาพสินค้า เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ผลลัพธ์คือสินค้าของ Popov Leather โดดเด่นขึ้นทันทีเมื่อปรากฏในหน้าผลการค้นหาของ Etsy
เขาอธิบายว่า
"เมื่อภาพสินค้าส่วนใหญ่หน้าตาคล้ายกัน ภาพของเราจะโดดเด่นขึ้นมา ทำให้ผู้คนหยุดดูและคลิกเข้ามาชมสินค้า"
ประสบการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า หากกำลังสงสัยว่าขายของบน Etsy คุ้มไหม คำตอบส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ เพราะใน Marketplace ที่มีผู้ขายจำนวนมหาศาล การโดดเด่นคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ
หลังจากดำเนินธุรกิจผ่าน Etsy เป็นเวลาประมาณ 18 เดือน Ryan เริ่มมองเห็นโอกาสในการยกระดับธุรกิจให้เติบโตมากกว่าเดิม
เขากล่าวว่า
"ผมคิดว่า หากจริงจังกับธุรกิจมากขึ้น เริ่มศึกษาเรื่อง SEO การถ่ายภาพสินค้าอย่างมืออาชีพ การเขียนรายละเอียดสินค้า และเปิดเว็บไซต์ของตัวเองบน Shopify ธุรกิจนี้ก็น่าจะเติบโตได้อีกมาก"
แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การเปิดร้านค้าออนไลน์บน Shopify ซึ่งกลายเป็นก้าวสำคัญของ Popov Leather ในการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เว็บไซต์ของตัวเองเปิดโอกาสให้ Ryan ควบคุมทุกองค์ประกอบของธุรกิจได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบประสบการณ์การซื้อ การนำเสนอเรื่องราวของแบรนด์ การทำ SEO หรือการสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Marketplace ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด
เรื่องราวของ Popov Leather จึงเป็นอีกบทพิสูจน์ว่าความคุ้มค่าจากขายของบน Etsy นั้นไม่มีคำตอบตายตัว เพราะ Etsy เป็นเวทีที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเริ่มต้น สร้างยอดขาย และทดสอบตลาด แต่เมื่อธุรกิจเติบโต การมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเองจะช่วยให้แบรนด์สร้างความแตกต่าง สะสมสินทรัพย์ทางการตลาด และวางรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เมื่อไรคือเวลาที่เหมาะสมในการต่อยอดจาก Etsy สู่ร้านค้าออนไลน์ของตัวเอง?
การขายสินค้าบน Etsy มีข้อได้เปรียบหลายประการ โดยเฉพาะการเข้าถึงผู้ซื้อหลายล้านคนที่เข้ามาค้นหาสินค้าแฮนด์เมด งานคราฟต์ และสินค้าที่มีเอกลักษณ์อยู่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ประกอบการจำนวนมากเลือกเริ่มต้นธุรกิจจากแพลตฟอร์มแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น หลายคนก็เริ่มตั้งคำถามว่า "ขายของบน Etsy คุ้มไหม" หากมองในระยะยาว และ Etsy ยังคงเป็นช่องทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขยายธุรกิจหรือไม่
สำหรับหลายแบรนด์ คำตอบไม่ใช่การเลิกใช้ Etsy แต่เป็นการเพิ่มร้านค้าออนไลน์ของตัวเองเข้ามาเพื่อเสริมศักยภาพ หรือในบางกรณีอาจพัฒนาไปสู่การพึ่งพาเว็บไซต์ของตนเองเป็นช่องทางหลัก มาดูกันว่าเหตุใดผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเลือกก้าวสู่ขั้นต่อไป
มีอิสระในการบริหารแบรนด์อย่างเต็มรูปแบบ
แม้ Etsy จะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้เริ่มต้นขายสินค้าได้ง่าย แต่ท้ายที่สุดแล้ว คุณกำลังดำเนินธุรกิจอยู่บนพื้นที่ของ Etsy ซึ่งหมายความว่าคุณต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และเงื่อนไขที่แพลตฟอร์มกำหนด
ข้อจำกัดเหล่านี้ส่งผลต่อการสร้างแบรนด์ การออกแบบหน้าร้าน รวมถึงการสื่อสารกับลูกค้า
Dawn LaFontaine ผู้ก่อตั้ง Cat in the Box อธิบายว่า
"ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของการขายบน Etsy คือ คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยไม่ใช่เรา ฉันไม่สามารถควบคุมการบริการลูกค้า การตลาด หรือการออกแบบร้านค้าได้เท่ากับเว็บไซต์ของตัวเอง"
ยิ่งไปกว่านั้น การพึ่งพา Marketplace เพียงแห่งเดียว ยังทำให้ธุรกิจต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนนโยบายหรืออัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า
การมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเอง เช่น Shopify จึงช่วยให้เจ้าของธุรกิจควบคุมทุกองค์ประกอบได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ร้านค้า การจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย หรือวิธีนำเสนอสินค้า ทั้งหมดล้วนสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างเต็มที่
ขยายการขายสู่ทุกช่องทางได้ง่ายกว่าเดิม
Etsy เป็นเพียงหนึ่งในหลายช่องทางการขาย แต่ลูกค้าของคุณไม่ได้อยู่แค่บน Marketplace เพียงแห่งเดียว เมื่อมีเว็บไซต์เป็นศูนย์กลางของธุรกิจ คุณสามารถเชื่อมต่อการขายไปยังช่องทางต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งโซเชียลมีเดีย งานอีเวนต์ ร้านค้าออฟไลน์ หรือ Marketplace อื่นๆ
ลองจินตนาการว่าคุณทำธุรกิจการ์ดอวยพรแฮนด์เมด Etsy อาจเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเริ่มต้นขายสินค้า แต่ในขณะเดียวกัน ลูกค้ากลุ่มสำคัญของคุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าที่ตลาดงานคราฟต์ประจำเดือน
หากพึ่งพา Etsy เพียงอย่างเดียว คุณอาจพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนั้น
แม้จะออกบูธในงาน แต่การรับเฉพาะเงินสด หรือบอกให้ลูกค้ากลับไปค้นหาร้าน Etsy ภายหลัง ก็ไม่ใช่ประสบการณ์ที่สะดวกนัก เพราะมีโอกาสสูงที่ลูกค้าจะลืมหรือเปลี่ยนใจ
ในทางกลับกัน หากใช้ Shopify พร้อมระบบ Point of Sale (POS) คุณสามารถรับชำระเงินผ่านบัตรได้ทันทีในงานอีเวนต์ พร้อมเชื่อมข้อมูลสต็อกเข้ากับร้านค้าออนไลน์ ลูกค้าจึงสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา และธุรกิจของคุณก็พร้อมสร้างยอดขายตลอด 24 ชั่วโมง
ขยายโมเดลธุรกิจได้อย่างไร้ข้อจำกัด
เมื่อธุรกิจเติบโต การขายสินค้าปลีกผ่าน Etsy อาจไม่ใช่โอกาสเดียวอีกต่อไป
การมีเว็บไซต์ของตัวเองเปิดโอกาสให้คุณตัดสินใจทิศทางของธุรกิจได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็น
- เพิ่มแบรนด์อื่นเข้ามาจำหน่ายในร้าน
- เปิดระบบขายส่ง เพื่อเข้าถึงลูกค้าธุรกิจ
- ขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย
- ย้ายกำลังการผลิตเข้าสู่โรงงานเพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
ทั้งหมดนี้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยรูปแบบของ Marketplace
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เว็บไซต์ของคุณคือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้ในแบบที่คุณต้องการ
ลูกค้าของ Etsy อาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่ใช่เสมอไป
แม้ Etsy จะมีฐานผู้ซื้อจำนวนมหาศาล แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าทุกคนบนแพลตฟอร์มจะเหมาะกับสินค้าของคุณ
ตัวอย่างเช่น Artemis Design Co. พบว่าราคาสินค้าของแบรนด์อยู่ในระดับพรีเมียม ขณะที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่บน Etsy ยังไม่คุ้นเคยกับการจ่ายเงินจำนวนสูงสำหรับสินค้าหนึ่งชิ้น
แม้ว่าสินค้าจะมีคุณภาพสมราคา แต่เมื่ออัตราการสั่งซื้อลดลง ระบบค้นหาของ Etsy ก็ส่งผลให้สินค้าปรากฏในผลการค้นหาน้อยลงตามไปด้วย
นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มทบทวนว่าขายของบน Etsy คุ้มแค่ไหน หากกลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์ไม่ได้อยู่บนแพลตฟอร์มนั้น
เว็บไซต์ของตัวเองช่วยให้คุณกำหนดภาพลักษณ์ ราคา และประสบการณ์ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งกว่า
ใช้กลยุทธ์การตลาดขั้นสูงเพื่อเร่งการเติบโต
เมื่อธุรกิจเข้าสู่ช่วงขยายตัว การตลาดดิจิทัลกลายเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างยอดขายอย่างยั่งยืน
ไม่ว่าจะเป็น
- Email Marketing
- SEO
- Retargeting Ads
- Social Media Marketing
- Content Marketing
เครื่องมือเหล่านี้ล้วนสามารถสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้ แต่กลับมีข้อจำกัดเมื่อดำเนินการผ่าน Etsy
ที่สำคัญกว่านั้น ลูกค้าที่คุณลงทุนทำการตลาดเพื่อดึงเข้ามายังหน้าสินค้าบน Etsy ไม่ได้เป็นฐานลูกค้าของคุณโดยสมบูรณ์
เป้าหมายของ Etsy คือการเพิ่มยอดขายให้กับ Marketplace ทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะร้านของคุณ ดังนั้น เมื่อผู้ซื้อเข้าชมหน้าสินค้า พวกเขาจะเห็นคำแนะนำสินค้าจากร้านค้าคู่แข่งแสดงอยู่ด้านล่างทันที
นั่นหมายความว่า งบประมาณการตลาดที่คุณลงทุนไป อาจกลายเป็นโอกาสในการส่งลูกค้าไปซื้อสินค้าจากร้านอื่นแทน
ในทางตรงกันข้าม หากมีเว็บไซต์ของตัวเอง คุณสามารถเก็บข้อมูลลูกค้า สร้างฐานสมาชิก ส่งอีเมลการตลาด และพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรง ซึ่งเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
Etsy หรือเว็บไซต์ของตัวเอง ทางเลือกไหนที่ดีที่สุด?
สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้น การขายของบน Etsy ค่อนข้างคุ้มคี่า เพราะ Etsy ช่วยลดต้นทุนในการเริ่มธุรกิจ เข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว และสร้างยอดขายได้ตั้งแต่วันแรก
แต่เมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก มีฐานลูกค้าประจำ และต้องการขยายธุรกิจอย่างจริงจัง การมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเองจะช่วยเพิ่มอิสระในการบริหารแบรนด์ พัฒนาการตลาด และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนได้มากกว่า
สำหรับหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ Etsy จึงไม่ใช่จุดหมายปลายทาง หากแต่เป็น "จุดเริ่มต้น" ของการสร้างแบรนด์ ก่อนจะต่อยอดสู่เว็บไซต์ที่เป็นของตัวเองอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต
วิธีย้ายสินค้าจาก Etsy ไปยัง Shopify แบบง่ายๆ
หากธุรกิจของคุณกำลังเติบโตจนเริ่มรู้สึกว่า Etsy ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด หรือกำลังตั้งคำถามว่า "ขายของบน Etsy คุ้มไหม" ในระยะยาว ข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
Shopify รองรับการนำเข้าข้อมูลสินค้าจาก Etsy ได้โดยตรง ทำให้สามารถย้ายร้านค้าไปยังเว็บไซต์ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรักษาข้อมูลสินค้าสำคัญไว้ครบถ้วน
หมายเหตุ: ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้แอป Easy Import – Etsy Migration แต่ใน Shopify App Store ยังมีแอปสำหรับย้ายข้อมูลและเชื่อมต่อกับ Etsy อีกหลายตัวให้เลือกใช้งาน
ขั้นตอนการย้ายร้านจาก Etsy ไปยัง Shopify
- เข้าสู่ Etsy Shop Dashboard แล้วเลือก Shop Settings > Options
- เปิดแท็บ Download Data
- คลิก Download CSV เพื่อดาวน์โหลดข้อมูลสินค้าของร้าน
- สมัครใช้งาน Shopify จากนั้นติดตั้งแอป Easy Import - Etsy Migration จาก Shopify App Store
- ภายใน Shopify ไปที่เมนู Apps แล้วเปิดแอป Easy Import
- อัปโหลดไฟล์ CSV ที่ดาวน์โหลดจาก Etsy พร้อมกำหนด Collection ของสินค้าได้ในขั้นตอนนี้
- ตรวจสอบตัวอย่างข้อมูลก่อนนำเข้า ระบบจะย้ายข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อสินค้า รายละเอียด ตัวเลือกสินค้า และราคามาให้อัตโนมัติ
- หลังนำเข้าข้อมูลเสร็จ ให้เข้าไปที่เมนู Products ใน Shopify เพื่อแก้ไขรายละเอียดเพิ่มเติมและอัปโหลดรูปภาพสินค้า
เพียงไม่กี่ขั้นตอน คุณก็สามารถเปลี่ยนจากร้านค้าบน Marketplace ไปสู่เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่เป็นของตัวเองได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างหน้าสินค้าใหม่ทั้งหมด
ส่วนที่ดีที่สุด การเปิดร้าน Shopify ทำให้เข้าถึง Shop Pay โดยอัตโนมัติ เป็นวิธีการชำระเงินที่ลูกค้าสามารถบันทึกข้อมูลเพื่อชำระเงินได้อย่างง่ายดายด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง ร้านค้าจะปรากฏในฟีด Shop ของพวกเขา กระตุ้นให้กลับมาซื้อซ้ำ ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
Etsy คือจุดเริ่มต้น แต่ไม่ใช่ช่องทางตายตัว
ปฏิเสธไม่ได้ว่า Etsy เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นขายสินค้าทำมือ งานคราฟต์ หรือสินค้าเฉพาะกลุ่ม เพราะมีฐานผู้ซื้อจำนวนมากที่พร้อมค้นหาสินค้าอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจขยายตัว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยก็เริ่มกลับมาตั้งคำถามว่า "ขายของบน Etsy คุ้มไหม" หากต้องการสร้างแบรนด์ในระยะยาว
การขายผ่าน Etsy ยังคงมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น
- ต้องแข่งขันกับอัลกอริทึมของ Marketplace เพื่อให้สินค้าปรากฏต่อสายตาลูกค้า
- การปรับแต่งหน้าร้านและสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ทำได้ค่อนข้างจำกัด
- ทุกยอดขายต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับแพลตฟอร์ม
- ลูกค้าที่เข้ามาในร้านอาจถูกดึงความสนใจไปยังสินค้าของคู่แข่งได้ตลอดเวลา
สิ่งที่ได้รับตอบแทนคือการเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ Etsy ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ
แต่เมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก การมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเองจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านั้น คุณสามารถควบคุมทุกองค์ประกอบของธุรกิจได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ การตลาด การเก็บข้อมูลลูกค้า ไปจนถึงประสบการณ์การซื้อทั้งหมด
ผู้ประกอบการสามารถเลือกย้ายออกจาก Etsy ทั้งหมด หรือใช้ Shopify ควบคู่กับ Etsy เพื่อขยายช่องทางการขายก็ได้เช่นกัน
ไม่ว่าจะเลือกแนวทางใด การมีเว็บไซต์ของตัวเองหมายถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างแท้จริง และสามารถกำหนดทิศทางการเติบโตได้ด้วยตัวเอง
กล่าวได้ว่า Etsy เปรียบเสมือนแท่นปล่อยจรวดสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก แต่เมื่อถึงเวลาที่แบรนด์พร้อมทะยานสู่การเติบโตในระดับที่ใหญ่กว่า เว็บไซต์ของตัวเองอาจเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยผลักดันธุรกิจให้ก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขายของบน Etsy คุ้มไหม?
การขายของบน Etsy มีข้อเสียอะไรบ้าง?
แม้ Etsy จะช่วยให้เริ่มต้นขายสินค้าได้ง่าย แต่ก็มีข้อจำกัดหลายประการ ได้แก่
- ลูกค้าจดจำแบรนด์ Etsy มากกว่าร้านของคุณ ทำให้การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งทำได้ยาก นอกจากการแข่งขันด้านราคา
- ความสัมพันธ์กับลูกค้าอยู่ภายใต้ระบบของ Etsy คุณไม่สามารถสร้างฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อนำไปทำ Email Marketing หรือช่องทางสื่อสารระยะยาวได้อย่างเต็มที่
- Etsy รองรับเฉพาะสินค้าบางประเภท เช่น งานแฮนด์เมด สินค้าวินเทจ และอุปกรณ์งานฝีมือ
- ผู้ขายทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎและนโยบายของ Etsy จึงมีข้อจำกัดในการปรับแต่งรูปแบบธุรกิจให้เหมาะกับการเติบโตในอนาคต
เมื่อไรควรมีเว็บไซต์ขายของเป็นของตัวเอง?
คำตอบขึ้นอยู่กับระยะการเติบโตของธุรกิจ ลองประเมินตัวเองจากคำถามต่อไปนี้
- คุณต้องการสร้างแบรนด์ของตัวเอง และทำการตลาดถึงลูกค้าโดยตรงหรือไม่
- คุณขายสินค้าหลายช่องทาง เช่น Instagram งานแฟร์ ร้านค้าออฟไลน์ หรือรับทั้งลูกค้าปลีกและลูกค้าขายส่งหรือไม่
- คุณต้องการเปลี่ยนธุรกิจจากรายได้เสริมให้กลายเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบหรือไม่
หากคำตอบส่วนใหญ่คือ "ใช่" นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเองแล้ว
หากย้ายร้านออกจาก Etsy ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดหรือไม่?
ไม่จำเป็น Shopify รองรับการนำเข้าข้อมูลจาก Etsy โดยตรงผ่านแอปอย่าง Easy Import – Etsy Migration ทำให้สามารถย้ายข้อมูลสินค้า รายละเอียด ราคา และตัวเลือกต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องสร้างหน้าสินค้าใหม่ทั้งหมด
สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเริ่มต้นขายของด้วย Etsy แล้วค่อยต่อยอดสู่เว็บไซต์ของตัวเองเมื่อธุรกิจเติบโต ถือเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการทั่วโลกจำนวนมากเลือกใช้ เพราะช่วยให้ได้รับทั้งฐานลูกค้าจาก Marketplace และอิสระในการสร้างแบรนด์ของตนเองในระยะยาว

