Pinterest คืออาณาจักรแห่งแรงบันดาลใจ ที่ซึ่งผู้คนหลั่งไหลเข้ามาค้นหาและเก็บสะสมไอเดียอันงดงาม เพื่อจุดประกายโปรเจกต์ใหม่ หรือแม้กระทั่งการตัดสินใจครั้งใหญ่ในการเลือกซื้อสิ่งของล้ำค่า พฤติกรรมอันมีเอกลักษณ์นี้เอง ทำให้แพลตฟอร์มสามารถคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตได้อย่างแม่นยำ พร้อมมอบข้อมูลเชิงลึกอันทรงคุณค่าแก่ธุรกิจที่ต้องการเติบโตผ่านการขายของบน Pinterest อย่างมีชั้นเชิง
แม้ Pinterest จะมิใช่แพลตฟอร์มโซเชียลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้ใช้งานรายเดือนกว่า 570 ล้านคน แต่กลับเปี่ยมด้วยศักยภาพอันโดดเด่นสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเป็นที่จดจำ ถึง 80% ของผู้ใช้งานยอมรับว่าเคยซื้อสินค้าจากสิ่งที่ค้นพบผ่านแพลตฟอร์มนี้ และในกลุ่ม Gen Z ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็มีแนวโน้มในการจับจ่ายออนไลน์สูงยิ่งกว่าเดิม นี่คือจุดเริ่มต้นของโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการขายของบน Pinterest ที่ไม่ควรมองข้าม
เหตุใดการขายของบน Pinterestจึงเป็นโอกาสอันทรงคุณค่า
Pinterest ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาด หากแต่เป็นช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ที่ทรงพลัง เปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคผ่านแรงบันดาลใจ และเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นยอดขายได้อย่างแนบเนียน
สถิติการช้อปปิ้งและพฤติกรรมผู้ใช้งานบน Pinterest
ด้วยจำนวนพินมากกว่า 1.5 พันล้านรายการที่ถูกบันทึกลงในบอร์ดนับสิบล้าน ผู้ใช้งานกำลังรังสรรค์ภาพฝันของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น บ้าน หรือไลฟ์สไตล์ในอุดมคติ สิ่งเหล่านี้เปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถวางตำแหน่งสินค้าเพื่อขายของบน Pinterest ได้อย่างลึกซึ้ง
ผู้ใช้งานถึง 4 ใน 5 คนกล่าวว่าแพลตฟอร์มนี้ช่วยให้พวกเขาวางแผนอนาคต รวมถึงการเลือกซื้อสินค้าระดับพรีเมียม หนึ่งในสามของนักช้อปมีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อปี และมีแนวโน้มซื้อสินค้าหรูมากกว่าผู้ใช้แพลตฟอร์มอื่น ขณะเดียวกัน 96% ของการค้นหาเป็นแบบไม่ระบุแบรนด์ นั่นหมายความว่า โอกาสในการขายของบน Pinterest เปิดกว้างสำหรับทุกธุรกิจ
Pinterest คือช่องทางแห่งการค้นพบสินค้าและแรงบันดาลใจ
Pinterest ทำหน้าที่เป็นเสมือนหน้าร้านแห่งแรงบันดาลใจ โดย 80% ของผู้ใช้งานรายสัปดาห์ได้รับไอเดียใหม่จากประสบการณ์การค้นหาและช้อปปิ้ง แบรนด์ที่นำเสนอสินค้าได้อย่างตรงจุด ย่อมสามารถเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นการตัดสินใจซื้อได้อย่างทรงพลัง

ฐานผู้ใช้งานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างโดดเด่น
หากกลุ่มเป้าหมายของคุณคือผู้หญิงวัย 25–34 ปี หรือกลุ่ม Gen Z ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง การขายของบน Pinterest คือคำตอบที่ชัดเจน ด้วยสัดส่วนผู้ใช้งานเพศหญิงทั่วโลกเกือบ 70% ทำให้แพลตฟอร์มนี้มีความเฉพาะทางและเหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารอย่างแม่นยำ
Pinterest มอบทางเลือกโฆษณาแบบชำระเงินที่ทรงประสิทธิภาพ
การใช้โฆษณาบน Pinterest ช่วยให้แบรนด์สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้สูงกว่าสื่อโซเชียลอื่น การขายของกับ Pinterest จึงไม่ใช่เพียงการลงคอนเทนต์ แต่คือการวางกลยุทธ์อย่างมีระบบ
เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายอย่างรอบด้าน
ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ประกอบการสามารถเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความสนใจ เพศ อายุ หรือที่ตั้ง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนากลยุทธ์ขายของกับ Pinterest ให้แม่นยำยิ่งขึ้น
ฟีเจอร์และศักยภาพด้านการค้าของ Pinterest
Pinterest มอบเครื่องมือที่ทรงพลัง เช่น Catalog สำหรับอัปโหลดสินค้า ซึ่งช่วยเพิ่มการมองเห็นได้หลายเท่า รวมถึงฟีเจอร์ Try On ที่ใช้เทคโนโลยี AR ให้ลูกค้าทดลองสินค้าเสมือนจริง ยกระดับประสบการณ์การขายของบน Pinterest ให้ล้ำหน้าและน่าประทับใจ
Pinterest เชื่อมต่อทุกช่องทางธุรกิจของคุณได้อย่างไร้รอยต่อ
แพลตฟอร์มสามารถเชื่อมต่อกับระบบร้านค้าออนไลน์ เช่น Shopify ด้วยแอป Pinterest Shopify เพื่อให้คุณจัดการสินค้า โฆษณา และข้อมูลได้ในที่เดียว ทำให้การขายของบน Pinterest เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ก้าวนำทุกกระแสเทรนด์ก่อนใครอย่างเหนือระดับ
Pinterest มีความสามารถในการคาดการณ์เทรนด์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับแบรนด์ที่ต้องการพัฒนาสินค้าใหม่และสร้างความแตกต่างในตลาด การขายของบน Pinterest จึงไม่ใช่เพียงการตามกระแส แต่คือการสร้างกระแสก่อนใครอย่างแท้จริง
วิธีตั้งค่าบัญชีธุรกิจเพื่อเริ่มต้นขายของบน Pinterest อย่างมืออาชีพ
หากคุณต้องการเริ่มต้นขายของบนเแพลตฟอร์ม Pinterest อย่างจริงจัง สิ่งแรกที่จำเป็นคือบัญชีธุรกิจ ซึ่งจะเปิดประตูสู่เครื่องมือสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นระบบโฆษณา การจัดการทีมงาน และการเชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ เพื่อใช้ฟีเจอร์ด้านการช้อปปิ้งได้อย่างครบครัน
คุณสามารถสร้างบัญชีธุรกิจได้ 3 วิธี ได้แก่
- สร้างบัญชีใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น
- เพิ่มบัญชีธุรกิจเข้าไปในบัญชีเดิม
- เปลี่ยนบัญชีส่วนตัวให้เป็นบัญชีธุรกิจ
สร้างบัญชีใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น
เส้นทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางรากฐานการขายของบน Pinterest อย่างเป็นระบบตั้งแต่แรกเริ่ม
- เข้าไปที่เว็บไซต์ Pinterest
- คลิก “Sign up” มุมขวาบน
- เลือก “Create a business account”
- กรอกอีเมล รหัสผ่าน และวันเกิด
- คลิก “Create account”
- ทำตามขั้นตอนเพื่อสร้างโปรไฟล์และอธิบายธุรกิจของคุณ
- กด “Done” และเข้าสู่ Business Manager เพื่อกรอกข้อมูลเพิ่มเติม
เพิ่มบัญชีธุรกิจในโปรไฟล์เดิม
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแยกการใช้งานส่วนตัวออกจากการขายของกับ Pinterest อย่างชัดเจน
- เข้าสู่ระบบบัญชีส่วนตัว
- ไปที่เมนูมุมขวาบน
- เลือก “Add account” และ “Create a free business account”
- ทำตามขั้นตอนการสมัคร
- หลังสร้างเสร็จ สามารถสลับบัญชีไปมาได้อย่างสะดวก
เปลี่ยนบัญชีส่วนตัวเป็นบัญชีธุรกิจ
ทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่มีฐานผู้ติดตามอยู่แล้ว และต้องการต่อยอดสู่การขายของบน Pinterest โดยไม่สูญเสียผู้ชมเดิม
- เข้าสู่ระบบบัญชีส่วนตัว
- ไปที่เมนูมุมขวาบน
- คลิก “Convert to business”
- กรอกข้อมูลธุรกิจ
- กด “Done” และเข้าสู่ระบบจัดการธุรกิจ
*หมายเหตุ: สามารถเปลี่ยนกลับเป็นบัญชีส่วนตัวได้ในภายหลัง*
วิธีเริ่มต้นขายของบนแพลตฟอร์ม Pinterest ให้ได้ผลลัพธ์จริง
การขายของบน Pinterest ไม่ได้มีเพียงแนวทางเดียว หากแต่มีหลากหลายวิธีที่สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจของคุณ
ตัวเลือกการตั้งค่าร้านค้าบน Pinterest
เพื่อให้การขายของบน Pinterest มีประสิทธิภาพสูงสุด คุณสามารถเลือกใช้เครื่องมือต่างๆ ได้ดังนี้
Product Catalogs
อัปโหลดสินค้าผ่านระบบ Catalog โดยติดตั้ง Pinterest Tag บนเว็บไซต์ หรือใช้ API สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อบริหารจัดการสินค้าอย่างมืออาชีพ
Product Tagging in Pins
แท็กสินค้าในภาพหรือวิดีโอ ให้ผู้ชมสามารถคลิกและซื้อได้ทันที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขายของ Pinterest ผ่านคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์
Rich Pins
เพิ่มข้อมูลสินค้าแบบเรียลไทม์ เช่น ราคา สต๊อก และรายละเอียด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและช่วยตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วขึ้น
Pinterest Shopping Ads
โปรโมตสินค้าเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ รีมาร์เก็ตผู้ที่สนใจ และเพิ่มทราฟฟิกเข้าสู่เว็บไซต์ หัวใจสำคัญของการขายของบน Pinterest เชิงรุก
วิธีขายของกับ Pinterest ผ่าน Shopify อย่างไร้รอยต่อ
การเชื่อมต่อ Shopify กับ Pinterest คือหนึ่งในวิธีที่ง่ายและทรงพลังที่สุดในการขายของบน Pinterest แอป Pinterest บน Shopify จะช่วยให้คุณ
- ซิงก์สินค้าและสต๊อกโดยอัตโนมัติ
- สร้าง Product Pins ได้ทันที
- รันโฆษณาพร้อมเครดิตเริ่มต้น
- ติดตามผลลัพธ์ผ่าน Pinterest Tag
วิธีเชื่อมต่อ
เข้า Shopify App Store → ค้นหา Pinterest → กด “Install” → ทำตามขั้นตอน ผลลัพธ์คือระบบขายของบน Pinterest ที่ทำงานอย่างอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพสูง
ช่องทางสร้างรายได้อื่นๆ นอกเหนือจากการขายของบน Pinterest
แม้การขายสินค้าจะเป็นหัวใจหลัก แต่ Pinterest ยังเปิดโอกาสให้สร้างรายได้ในรูปแบบอื่นได้อย่างสง่างาม
Pinterest Creator Fund
โปรแกรมสนับสนุนครีเอเตอร์ ทั้งด้านเงินทุน พาร์ทเนอร์แบรนด์ และการฝึกอบรม ช่วยให้คุณเติบโตในสายขายของบน Pinterest และคอนเทนต์อย่างยั่งยืน
Affiliate Marketing
แทรกลิงก์แอฟฟิลิเอตในพิน รับค่าคอมมิชชันเมื่อมีการสั่งซื้อ อีกหนึ่งกลยุทธ์ขายของบน Pinterest ที่ไม่ต้องมีสินค้าเอง
ความร่วมมือกับแบรนด์และ Sponsored Pins
ร่วมงานกับแบรนด์เพื่อสร้างคอนเทนต์โปรโมตสินค้า เหมาะสำหรับบัญชีที่มีผู้ติดตามเหนียวแน่น
สินค้าและบริการดิจิทัล
ขายคอร์สออนไลน์ เทมเพลต บริการ หรือสมาชิกเปลี่ยน Pinterest ให้เป็นช่องทางรายได้แบบไร้ขีดจำกัด
Tip Jar หรือเครื่องมือสนับสนุนครีเอเตอร์
เพิ่มลิงก์สนับสนุน เช่น Buy Me a Coffee หรือ Ko-fi สำหรับผู้ติดตามที่ต้องการสนับสนุนผลงานของคุณ
9 แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการขายของบน Pinterest
- สร้างแบรนด์บนบัญชี Pinterest ของคุณ
- มุ่งเน้นภาพและคอนเทนต์คุณภาพสูง
- ใช้ Pinterest Catalogs
- จัดระเบียบคอนเทนต์ลงใน Pinterest Boards
- ใช้ Rich Pins
- สำรวจรูปแบบพินที่หลากหลาย
- เชี่ยวชาญ Pinterest SEO
- ทดลองใช้ Pinterest Ads
- ใช้คอนเทนต์จากผู้ใช้และอินฟลูเอนเซอร์
พร้อมแล้วหรือยังที่จะสร้างยอดขายแรกบน Pinterest? ต่อไปนี้คือคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณใช้บัญชี Pinterest ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณได้อย่างแม่นยำ เพื่อยกระดับการขายของบน Pinterest ให้เกิดผลลัพธ์จริง
1. สร้างแบรนด์บนบัญชี Pinterest ของคุณ
จงดูแลโปรไฟล์ Pinterest ของคุณเสมือนกับทุกพื้นที่ที่แบรนด์ของคุณปรากฏอยู่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Bio, Username, ชื่อธุรกิจ และรูปโปรไฟล์ของคุณ สอดคล้องกับแนวทางแบรนด์ และสามารถอธิบายธุรกิจของคุณได้อย่างถูกต้องชัดเจน
ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือของธุรกิจ และช่วยให้คุณได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งาน Pinterest ที่กำลังมองหาสินค้าประเภทเดียวกับคุณผ่านการขายของบน Pinterest ตัวอย่างจาก Bushbalm ใช้ข้อความที่ชัดเจน น่าสนใจ และภาพที่ดึงดูด เพื่อแสดงให้ผู้เข้าชมเข้าใจได้ทันทีว่าแบรนด์เกี่ยวกับอะไร

ยืนยันโปรไฟล์ธุรกิจ
ยกระดับไปอีกขั้นด้วยการเป็น Verified Merchant เพื่อให้มีสิทธิ์เข้าร่วมโปรแกรม Verified Merchant Program เพื่อให้มีคุณสมบัติ คุณต้องมีบัญชีธุรกิจ มีสินค้าที่เป็นไปตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม และบัญชี Pinterest ที่มีการใช้งานมาแล้วเป็นเวลา 13 เดือน
ข้อดีของโปรแกรมนี้ ได้แก่ เครื่องหมายยืนยันบนโปรไฟล์ของคุณ, Merchant Value Tags และสิทธิ์เข้าถึงฟีเจอร์การช้อปปิ้งเพิ่มเติม เช่น การแสดงข้อมูลราคาและสถานะสินค้าในทุก Product Pin ในตัวอย่างจาก Doe Lashes คำว่า “Asian-owned” และ “Personal touch” คือ Value Tags ที่แบรนด์ได้รับจากโปรแกรมนี้
เคล็ดลับ บล็อกธุรกิจของ Pinterest มีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยให้คุณเติบโตบนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ยังมีรายงาน Pinterest Predicts และการเผยแพร่เทรนด์สี เพื่อช่วยกำหนดทิศทางการสร้างสรรค์สำหรับการขายของบน Pinterest
2. มุ่งเน้นภาพและคอนเทนต์คุณภาพสูง
Pinterest เป็นเครื่องมือค้นหาภาพ ซึ่งหมายความว่าภาพสินค้า วิดีโอ และกราฟิกที่มีคุณภาพสูง เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำการตลาดดิจิทัล และการขายของบน Pinterest บนช่องทางนี้ เมื่อผู้ใช้งานค้นหาสินค้าและไอเดีย ภาพที่สะดุดตาจะสามารถดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้
Pinterest แนะนำแนวทางสำหรับการสร้างพินดังนี้
- ภาพแนวตั้งจะทำงานได้ดีที่สุดในอัตราส่วน 2:3 โดยขนาดที่เหมาะสมคือ 1,000 x 1,500 พิกเซล
- ใส่โลโก้หรือสัญลักษณ์ของแบรนด์ (ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Pinterest Ads)
- เพิ่มคำบรรยาย, CTA และลิงก์ในทุกพิน
การประสบความสำเร็จบน Pinterest จำเป็นต้องใช้แนวทางที่สร้างสรรค์และดึงดูดสายตา แม้ว่าสินค้าของคุณจะไม่ใช่สินค้าที่เน้นภาพก็ตาม ผู้ใช้งานมักสร้างบอร์ดตามอารมณ์และสไตล์ ดังนั้นคอนเทนต์ของคุณควรสร้างแรงบันดาลใจ มากกว่าการขายตรงจนเกินไป
ตัวอย่างเช่น Caraway นำสินค้าไปอยู่ในภาพไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนความใฝ่ฝัน ซึ่งสามารถอยู่ในบอร์ด “ครัวในฝัน” ได้อย่างลงตัว
3. ใช้ Pinterest Catalogs
Pinterest Catalogs คือฟีเจอร์หลักด้านการช้อปปิ้งของแพลตฟอร์ม Catalogs ช่วยให้คุณอัปโหลดสินค้าจากร้านของคุณลงในพิน พร้อมข้อมูลราคา สถานะสินค้า และลิงก์สำหรับซื้อโดยตรง พินเหล่านี้เรียกว่า Product Pins ซึ่งเป็นหัวใจของการขายของบน Pinterest
Product Pins ยังได้รับการจัดวางในตำแหน่งสำคัญด้านบนของผลการค้นหา ในตัวอย่างการค้นหา “running shoes” คุณจะเห็นแถวของ Product Pins ที่มีป้าย “Shop running shoes” ปรากฏอยู่เหนือผลลัพธ์อื่นทั้งหมด

วิธีมีคุณสมบัติสำหรับ Pinterest Catalogs
Pinterest Catalogs เปิดให้ใช้งานสำหรับบัญชีธุรกิจที่มีเว็บไซต์ที่ยืนยันแล้ว และมีแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่เป็นไปตามข้อกำหนดของ Pinterest ซึ่งรวมถึงนโยบายการจัดส่งที่เหมาะสม นโยบายการคืนสินค้า และข้อมูลติดต่อที่เข้าถึงได้
นอกจากนี้ คุณยังต้องมีแหล่งข้อมูลสินค้า เช่น หากคุณเป็นผู้ใช้ Shopify แหล่งข้อมูลนั้นก็คือร้านค้า Shopify ของคุณ ซึ่งจะช่วยให้การขายของบน Pinterest เป็นไปอย่างเป็นระบบ
4. จัดระเบียบคอนเทนต์ลงใน Pinterest Boards
คุณควรจัดบอร์ดของคุณให้เป็นระเบียบ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูและมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น Boards ยังสามารถช่วยเพิ่มการมองเห็นในการค้นหา หากคุณปรับให้เหมาะสมกับคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของการขายของบน Pinterest
ตัวอย่างบอร์ดจาก Le Creuset ประกอบด้วยคอนเทนต์ให้ความรู้ เช่น ไอเดียสูตรอาหาร และคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ เช่น วิธีดูแลผลิตภัณฑ์

คุณสามารถย้ายพินระหว่างบอร์ดได้โดยใช้ฟีเจอร์การจัดระเบียบแบบกลุ่มใน Pinterest ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องจัดการพินจำนวนมากในครั้งเดียว โดยเฉพาะสำหรับแคมเปญ โปรโมชั่น และคอลเลกชันตามฤดูกาล
5. ใช้ Rich Pins
Rich Pins จะซิงก์ข้อมูลจากเว็บไซต์ของคุณโดยอัตโนมัติ จากนั้นจะแสดงข้อมูลดังกล่าวให้ผู้ใช้งานเห็นโดยตรง
Rich Pins มีทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่
- Article Pins: Article Pins แสดงหัวข้อหรือชื่อบทความ คำอธิบาย และชื่อผู้เขียนของบทความหรือบล็อกโพสต์
- Product Pins: Product Pins แสดงราคา สถานะสินค้า และข้อมูลรายละเอียดของสินค้า
- Recipe Pins: Recipe Pins แสดงชื่อเมนู ปริมาณเสิร์ฟ ระยะเวลาในการทำ คะแนนรีวิว ความเหมาะสมด้านโภชนาการ และส่วนผสม
แม้ว่าคุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับข้อดีของ Product Pins ไปแล้วก่อนหน้านี้ Rich Pins ประเภทอื่นๆ ก็สามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์การตลาดโซเชียลของคุณได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น แบรนด์อาหารสามารถสร้างการมีส่วนร่วมและแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าได้ ด้วยการโพสต์สูตรอาหารที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการต่อยอดการขายของบน Pinterest อย่างชาญฉลาด
ตัวอย่างจาก Olipop แสดงให้เห็นถึงการนำคอนเทนต์ลักษณะนี้มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หมายเหตุ Rich Pins มีคุณค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถอัปเดตข้อมูลโดยอัตโนมัติ หากคุณมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนเว็บไซต์ ข้อมูลใน Rich Pins ก็จะปรับตามทันที ซึ่งช่วยให้การขายของบน Pinterest มีความถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ
6. สำรวจรูปแบบพินที่หลากหลาย
Collections Pins จะรวมสินค้าที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน เมื่อผู้ใช้งานคลิกที่พินในคอลเลกชัน พวกเขาสามารถเลือกซื้อสินค้าที่คล้ายกันหรือเกี่ยวข้องจากร้านของคุณได้อย่างง่ายดาย นี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการแนะนำแบรนด์ของคุณให้กับผู้ใช้งาน Pinterest และคุณยังสามารถโปรโมต Collection Pins และแปลงให้เป็นโฆษณาแบบ Collection ได้อีกด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขายของบน Pinterest
Try On Product Pins ใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) เพื่อให้ผู้ใช้งาน Pinterest สามารถ “ลองสินค้า” ได้แบบเสมือนจริงโดยตรงบนแพลตฟอร์ม หากต้องการใช้ฟีเจอร์นี้ คุณจำเป็นต้องมีบัญชีธุรกิจที่เปิดใช้งานและมี Catalogs อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ในทุกประเทศ
Video Pins สามารถช่วยทำให้แบรนด์ของคุณมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ วิดีโอเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน Pinterest แทนที่จะนำกลยุทธ์จาก TikTok มาใช้โดยตรง คุณควรทดลองรูปแบบวิดีโอที่หลากหลาย และค้นหาว่าคอนเทนต์แบบใดที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของคุณมากที่สุด เพื่อยกระดับการขายของบน Pinterest ให้มีประสิทธิภาพ
Shop the Look Pins
แทนที่จะแสดงสินค้าเพียงชิ้นเดียว “Shop the Look” Pins ช่วยให้คุณสามารถแท็กสินค้าหลายรายการในภาพเดียว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกซื้อทั้งลุคได้ในครั้งเดียว
ตัวอย่างเช่น หากคุณโพสต์ภาพของนางแบบที่สวมชุดหนึ่งชุด คุณสามารถแท็กเสื้อ กางเกง รองเท้า และกระเป๋าได้ เมื่อผู้ใช้งานคลิก พวกเขาจะเห็นสินค้าทั้งหมดแยกเป็นรายการ พร้อมลิงก์สำหรับซื้อแต่ละชิ้น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการขายของบน Pinterest ได้อย่างครบลุค
ฟีเจอร์ Collections และ Try On
Collection Pins ใช้ภาพหลักขนาดใหญ่ร่วมกับภาพสินค้าขนาดเล็กด้านล่าง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกดูสินค้าได้โดยไม่ต้องออกจากพิน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำเสนอสินค้าหลายรายการภายใต้ธีมเดียว เช่น “Summer Essentials” หรือ “Gift Ideas Under 50฿”
ฟีเจอร์ Try On ของ Pinterest ช่วยทำให้แคตตาล็อกสินค้าแบบ 2 มิติ มีชีวิตขึ้นมา ด้วยเทคโนโลยี AR ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทดลองสินค้าแบบเสมือนจริง หรือดูว่าสินค้าจะมีลักษณะอย่างไรในสภาพแวดล้อมจริง ซึ่งเป็นการยกระดับประสบการณ์การขายของบน Pinterest อย่างล้ำสมัย
7. เชี่ยวชาญ Pinterest SEO
การลงทุนใน Search Engine Optimization (SEO) สำหรับ Pinterest สามารถช่วยเพิ่มการมองเห็นและปริมาณผู้เข้าชมไปยังหน้าเพจและเว็บไซต์ของคุณได้อย่างมีนัยสำคัญ
คีย์เวิร์ดมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งใน Pinterest SEO เนื่องจากแพลตฟอร์มนี้ทำงานเสมือนเครื่องมือค้นหาภาพ ยิ่งคุณมีอันดับสูงเท่าไร ผู้คนก็ยิ่งสามารถค้นพบคอนเทนต์ของคุณ มีส่วนร่วมกับพินของคุณ และค้นพบสินค้าของคุณได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในการขายของบน Pinterest
การค้นหาคีย์เวิร์ด
คุณสามารถใช้เครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ดจากภายนอกเพื่อพัฒนากลยุทธ์ SEO ได้ แต่ Pinterest เองก็มีเครื่องมือในตัวเช่นกัน คุณสามารถเข้าถึงเครื่องมือนี้ผ่านแพลตฟอร์มโฆษณา โดยสร้างแคมเปญและเลือกเป้าหมายเป็น “Conversion” จากนั้นป้อนคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณ เพื่อดูปริมาณการค้นหาและค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง
คุณยังสามารถค้นหาคำและวลีที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและพินของคุณได้ ผ่านแถบค้นหาของ Pinterest ซึ่งจะแนะนำคำค้นหาอัตโนมัติตามข้อมูลการค้นหาในอดีต เพียงพิมพ์คำง่ายๆ ลงไป ก็สามารถช่วยให้คุณค้นพบ Long-tail Keywords ที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อการขายของบน Pinterest
การปรับแต่งพินเพื่อการค้นหา
มื่อคุณเลือกคีย์เวิร์ดได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการนำไปใช้งาน โดยให้คุณศึกษาประเภทของคอนเทนต์ที่ผู้คนกำลังค้นหา ผ่านผลลัพธ์อันดับต้นๆ บน Pinterest เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเลือกภาพที่เหมาะสมที่สุดในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย
จากนั้นคุณสามารถปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ได้ดังนี้
- ชื่อพิน ควรชัดเจน มีคำอธิบาย และมีคีย์เวิร์ด เช่น “10 เมนูมื้อเย็นง่ายๆ ภายใน 30 นาที”
- คำอธิบาย สามารถเขียนได้สูงสุด 500 ตัวอักษร ควรใส่คีย์เวิร์ดหลักอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมบริบท
- Alt Text แม้จะไม่แสดงต่อสาธารณะ แต่ช่วยเพิ่ม SEO และการเข้าถึงอย่างมาก
- ชื่อและคำอธิบายบอร์ด ควรตั้งชื่อให้ชัดเจน และใส่คีย์เวิร์ดเพื่อช่วยให้ Pinterest เข้าใจประเภทของคอนเทนต์
- ชื่อไฟล์ภาพ ควรตั้งชื่อไฟล์ก่อนอัปโหลด เช่น “boho-bedroom-inspiration.jpg” แทน “IMG_4482.jpg”
ดูว่า Pair Eyewear ใช้ข้อความเชิงพรรณนา คีย์เวิร์ด และแฮชแท็กเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพินอย่างไร
Dan Blacklock ผู้ก่อตั้ง BoxThrone กล่าวว่า
“Pinterest เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างน่าประหลาด และผมคิดว่ายังมีคนจำนวนมากที่ยังไม่ได้ใช้มัน เมื่อคุณค้นหารูปภาพใน Google ประมาณ 20% ของภาพที่ปรากฏมาจาก Pinterest อย่างน้อยก็ในสินค้าของผม ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อ SEO”
8. ทดลองใช้ Pinterest Ads
Pinterest Ads เปิดให้ใช้งานสำหรับบัญชีธุรกิจ และสามารถเป็นช่องทางการตลาดที่มีคุณค่าสำหรับแบรนด์ของคุณ โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขายของบน Pinterest
มีรูปแบบโฆษณาหลายประเภทที่คุณสามารถเลือกใช้ได้ ขึ้นอยู่กับคอนเทนต์ สินค้า และเป้าหมายของคุณ ได้แก่
- Promoted Pins ดูมีลักษณะเหมือนพินทั่วไป แต่จะมีป้าย “Promoted by” อยู่เหนือชื่อผู้ใช้
- Showcase Ads เป็นโฆษณาแบบ Carousel ที่สามารถแสดงภาพหลายภาพ โดยแต่ละภาพลิงก์ไปยังหน้าที่แตกต่างกันบนเว็บไซต์ของคุณ
- Quiz Ads เป็นโฆษณาแบบโต้ตอบ ที่ให้ผู้ใช้งานตอบคำถามภายในพิน เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล และนำผู้ใช้ไปยังหน้าที่เหมาะสมตามคำตอบ
- Shopping Ads ออกแบบมาเพื่อโปรโมตสินค้าโดยตรง สามารถแสดงเป็นภาพนิ่ง วิดีโอ หรือ Collection Ads
- Premiere Spotlight รูปแบบใหม่ที่แสดงวิดีโอเต็มหน้าจอในหน้า Home Feed และ Search บนมือถือ เพื่อดึงดูดความสนใจได้อย่างรวดเร็ว
อีกครั้ง หากคุณค้นหา “running shoes” คุณจะเห็นผลลัพธ์แบบออร์แกนิกผสมกับ Promoted Pins จากแบรนด์ต่างๆ เช่น JD Sports, Amazon และ GIESSWEIN ซึ่งสะท้อนการแข่งขันในการขายของบน Pinterest

เมื่อคุณสร้างแคมเปญโฆษณา คุณสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้จาก
- รายชื่ออีเมล
- ข้อมูลประชากร
- สถานที่
และเพื่อให้แคมเปญมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น คุณควรเพิ่มความสนใจ และคีย์เวิร์ดเข้าไปด้วย คุณสามารถเริ่มต้นได้โดยไปที่เมนู “Create campaign” บน Pinterest
9.ใช้คอนเทนต์จากผู้ใช้และอินฟลูเอนเซอร์
บางครั้งคอนเทนต์ที่ดีที่สุดบน Pinterest อาจเป็นคอนเทนต์ที่ลูกค้าของคุณสร้างขึ้นอยู่แล้ว
การนำภาพจากลูกค้าจริงมาแชร์ซ้ำ (โดยต้องได้รับอนุญาตก่อนเสมอ) จะช่วยให้คุณมีคอนเทนต์ใหม่อย่างต่อเนื่อง และแสดงให้ผู้ซื้อที่มีศักยภาพเห็นว่า มีผู้คนจริงที่ชื่นชอบสินค้าของคุณ ซึ่งช่วยเสริมความน่าเชื่อถือในการขายของบน Pinterest
นอกจากนี้ คุณยังสามารถร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะกับ Pinterest โดยมองหาครีเอเตอร์ที่มีสไตล์และกลุ่มผู้ติดตามที่สอดคล้องกับแบรนด์ของคุณโดยธรรมชาติ ร่วมกันสร้างคอนเทนต์ เช่น พินแบบมีไอเดีย วิดีโอสอน การรีวิวสินค้า หรือคู่มือการแต่งตัว ที่ดูเป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับแพลตฟอร์ม และจะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากอินฟลูเอนเซอร์เหล่านั้นมีประสบการณ์ในการสร้างคอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จบน Pinterest อยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยผลักดันการขายของบน Pinterest ของคุณให้เติบโตได้อย่างแท้จริง
ติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพบน Pinterest
Pinterest Analytics มอบข้อมูลเชิงลึกอันทรงคุณค่าเกี่ยวกับประสิทธิภาพของบัญชี พิน และโฆษณาของคุณ คุณยังสามารถดูเมตริกเฉพาะสำหรับพินสินค้าของคุณได้อีกด้วย
เครื่องมือวิเคราะห์ของ Pinterest ช่วยให้คุณสลับมุมมองระหว่างเนื้อหาออร์แกนิกและเนื้อหาที่โปรโมต เพื่อวัดผลลัพธ์อย่างแยกจากกันได้ ฟิลเตอร์หลายแบบช่วยให้คุณแบ่งข้อมูลตามช่วงเวลา อุปกรณ์ และประเภทของการมีส่วนร่วม นอกจากนี้ คุณยังสามารถสำรวจประสิทธิภาพของพินแต่ละอันอย่างลึกซึ้งเพื่อได้ข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้แนวโน้มและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ชมโดยการสำรวจลิงก์ในแถบเมนูด้านซ้าย
นอกจาก Pinterest Analytics แล้ว คุณยังสามารถติดตามประสิทธิภาพของพินสินค้าของคุณโดยตรงในแดชบอร์ด Shopify ด้วยการใช้แอป Pinterest สำหรับ Shopify
การพิจารณาแพลตฟอร์มและการลงทุนด้านเวลา
Pinterest สามารถเป็นเครื่องมือทรงพลังสำหรับการสร้างทราฟฟิกและยอดขาย แต่เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มใดๆ มันจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อคุณวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบ
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความหมายบน Pinterest คุณจำเป็นต้องแชร์เนื้อหาคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้คนอยากบันทึกและซื้อ
นี่คือแนวทางทั่วไปสำหรับปฏิทินเนื้อหาของคุณ
- การสร้างพิน ตั้งเป้าหมาย 3–5 พินใหม่ต่อสัปดาห์ (มากกว่านี้ได้หากคุณโปรโมตหลายสินค้า หรือบทความหลายชิ้น)
- การกำหนดเวลาและการโพสต์ ใช้เวลา 30–60 นาทีต่อสัปดาห์ในการวางแผนและกำหนดเวลาโพสต์ด้วยเครื่องมือจัดการโซเชียลมีเดีย เช่น Tailwind หรือเครื่องมือ Scheduler ของ Pinterest เอง
- การวิจัยคีย์เวิร์ดและการตรวจสอบเทรนด์ ใช้เวลา 15–30 นาทีต่อสัปดาห์เพื่อให้แน่ใจว่าคุณยังคงทันสมัย
- การตรวจสอบการวิเคราะห์ เดือนละครั้ง ตรวจสอบตัวเลขเพื่อดูว่าอะไรได้ผลและอะไรไม่ได้
คุณอาจต้องพิจารณาบทบาทของทีมที่จำเป็น เช่น การทำงานร่วมกับนักสร้างคอนเทนต์หรือนักออกแบบสำหรับภาพประกอบ, ผู้จัดการโซเชียลมีเดียสำหรับการกำหนดเวลาโพสต์และการปรับคีย์เวิร์ด นักเขียนคำบรรยาย และช่างภาพเพื่อถ่ายภาพสินค้าคุณภาพสูง
ความงดงามของ Pinterest คือเนื้อหาไม่หายไปเร็วเหมือน Instagram หรือ TikTok บางครั้งพินอาจเริ่มได้รับความนิยมหลายเดือนหลังจากที่คุณโพสต์ ดังนั้นการลงทุนเวลาในวันนี้สามารถให้ผลตอบแทนระยะยาว
เป้าหมายที่ควรตั้งไว้
- เริ่มด้วยพินใหม่ 3–5 ชิ้นต่อสัปดาห์
- ใช้ภาพใหม่สำหรับแต่ละชิ้นเนื้อหา
- วางแผนตามฤดูกาล 1–2 เดือนล่วงหน้า
เปลี่ยนผู้ใช้งาน Pinterest ให้กลายเป็นลูกค้าประจำ
สิ่งสำคัญสองประการเมื่อขายของบน Pinterest คือ
- Pinterest เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นภาพเป็นหลัก
- Pinterest ทำงานเหมือนเครื่องมือค้นหามากกว่าโซเชียลเน็ตเวิร์ก
เนื้อหาของคุณบน Pinterest ควรดึงดูดสายตา ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการ และปรับให้เหมาะกับการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง
เมื่อคุณดึงดูดกลุ่มเป้าหมายแล้ว ให้ทำให้พวกเขาซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นโดยใช้ฟีเจอร์ช้อปปิ้งของ Pinterest การเชื่อมต่อ Pinterest กับร้านค้าออนไลน์ของคุณผ่าน Pinterest Shopify App จะช่วยให้ซิงก์แคตตาล็อกสินค้าได้ง่าย และพร้อมเปลี่ยนพินให้กลายเป็นยอดขายทันที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขายบน Pinterest
การขายบน Pinterest มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
การขายบน Pinterest ฟรี คุณสามารถติดตั้งแอป Pinterest สำหรับ Shopify บนเว็บไซต์ของคุณเพื่อเริ่มขายได้ทันที แต่การใช้พินโปรโมตหรือโฆษณา Pinterest จะมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก
จะเริ่มขายของบน Pinterest อย่างไร?
คุณสามารถเริ่มขายของบน Pinterest โดยเชื่อมบัญชีธุรกิจ Pinterest กับร้านค้าออนไลน์ และซิงก์สินค้าของคุณผ่าน Catalogs นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้พินโปรโมต, Rich Pins, Pinterest SEO และโฆษณา Pinterest เพื่อเพิ่มทราฟฟิกและยอดขาย
สินค้าใดขายดีที่สุดบน Pinterest?
หมวดสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดบน Pinterest ได้แก่
- เครื่องประดับและแอคเซสซอรี
- ผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลตัวเอง
- สินค้าตกแต่งบ้านและสวน
- สินค้าและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
- สินค้าเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- แฟชั่น
- การท่องเที่ยว
จะทำเงินบน Pinterest ได้อย่างไร?
สร้างรายได้บน Pinterest โดยสร้างกลุ่มผู้ติดตามที่มีส่วนร่วม, สร้างแบรนด์ของคุณ และโปรโมตสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ของคุณ พินสินค้าช่วยให้ผู้ใช้เห็นข้อมูลสินค้าได้โดยตรง ทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
จะทำให้สินค้าโดดเด่นบน Pinterest ได้อย่างไร?
Pinterest เป็นเครื่องมือค้นหาภาพและหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับการค้นพบสินค้า จึงควรใช้ภาพที่ดึงดูดสายตา นอกจากนี้ใช้รูปแบบพินแบบ Rich Pins เช่น Product Pins เพื่อเพิ่มข้อมูลจากร้านค้าออนไลน์ให้กับพินของคุณ และให้ความสำคัญกับ SEO ของ Pinterest พินที่มีคีย์เวิร์ดเกี่ยวข้องสามารถขึ้นอยู่ในผลการค้นหาได้สูง
การขายของบน Pinterest คุ้มค่าหรือไม่?
คุ้มค่าอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหากสินค้าหรือเนื้อหาของคุณดึงดูดสายตา ด้วยผู้ใช้จำนวนมากที่ค้นหาไอเดียและแรงบันดาลใจ Pinterest ให้การมองเห็นระยะยาว, มีความตั้งใจซื้อสูง และมีศักยภาพสร้างทราฟฟิกและยอดขายแบบต่อเนื่อง


