หลายคนอยากเพิ่มผู้ติดตามบน TikTok แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ไม่ว่าคุณจะเป็นครีเอเตอร์ที่อยากปลดล็อกฟีเจอร์สร้างรายได้อย่าง Creator Rewards Program (สำหรับครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตาม 10,000 คนขึ้นไป) หรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเพิ่มการมองเห็นสินค้า สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนผู้ติดตาม แต่คือคุณภาพของผู้ติดตามเหล่านั้น หากไม่มีการมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ อัตรา Engagement จะลดลงและโอกาสในการสร้างรายได้จาก TikTok ก็จะหายตามไปด้วย คู่มือนี้จะแชร์วิธีเพิ่มผู้ติดตาม TikTok แบบจริงและมีคุณภาพ เพื่อให้บัญชีของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน
หากพร้อมแล้ว เราจะพาคุณไปดูวิธีเพิ่มผู้ติดตาม TikTok แบบได้ฟอลจริง เอ็นเกจจริง และโตได้ยาว ๆ
13 วิธีเพิ่มผู้ติดตาม TikTok
- ใช้เสียงที่กำลังติดเทรนด์
- สร้างคอนเทนต์แบบซีรีส์
- ลองทำคอนเทนต์หลายๆ แบบ
- เล่าเรื่องให้น่าติดตาม
- ใช้แฮชแท็กให้ตรง
- มีส่วนร่วมกับคอมมูนิตี้
- ชูจุดเด่นของแบรนด์
- โพสต์อย่างสม่ำเสมอ
- คอลแลบกับครีเอเตอร์อื่น
- อย่าพูดแค่เรื่องขายของ
- ดูและปรับจากข้อมูล Analytics
- ทำชาเลนจ์
- ใส่แคปชันทุกโพสต์
สำหรับธุรกิจและผู้ประกอบการ TikTok ช่วยสร้างความสัมพันธ์และสร้างรายได้ได้จริง การจะไปถึงเป้าหมายนั้น ควรเริ่มจากฐานที่แข็งแกร่ง ต่อไปนี้คือวิธีใช้ TikTok เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ติดตาม พร้อมยกระดับ Engagement และคอนเทนต์ไปพร้อมกัน
ใช้เสียงที่กำลังติดเทรนด์
หนึ่งในวิธีเพิ่มผู้ติดตาม TikTok คือการเรียนรู้อัลกอริทึม เพราะติ๊กต่อกจะดันคอนเทนต์ที่มีความคล้ายกับสิ่งที่ผู้ใช้เคยดูหรือชอบมาก่อน ซึ่งหนึ่งในตัวแปรสำคัญก็คือเสียงที่ใช้ในวิดีโอ
ดังนั้น ถ้าคุณหยิบเพลงประกอบคลิปที่กำลังเป็นเทรนด์มาใช้กับวิดีโอสั้นของคุณ ก็มีโอกาสสูงขึ้นที่คอนเทนต์จะถูกดันไปไกลกว่าฐานผู้ติดตามเดิม และถ้าคุณสามารถเอาเสียงเทรนด์นั้นมาปรับให้เข้ากับแบรนด์ได้ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้คนใหม่ ๆ กดติดตามคุณมากขึ้น
ตัวอย่างเช่นแบรนด์รองเท้ากันน้ำอย่าง Vessi ที่หยิบซาวด์ Power of Three (ธีมแม่มดร่ายคาถา) มาเล่นกับอินไซต์ของแบรนด์ ด้วยการสื่อว่าอยากให้ฝนตก เพื่อให้คนมีเหตุผลซื้อรองเท้า กลายเป็นคอนเทนต์ที่ทั้งเกาะเทรนด์และยังคงตัวตนแบรนด์ได้ชัดเจน
@vessi พร้อมกลับมาอินกับฤดูฝนแบบสุดทางอีกครั้ง #fallweather #rain #trend ♬ Power Of Three - Johny_cage
ถ้าอยากหาเทรนด์ใหม่ ๆ แนะนำให้เข้าไปดู TikTok Creative Center ซึ่งเป็นเครื่องมือที่รวมข้อมูลเกี่ยวกับแฮชแท็ก เสียง เพลง ครีเอเตอร์ และวิดีโอที่กำลังมาแรง สามารถเลือกดูย้อนหลังได้ทั้ง 7, 30 หรือ 120 วัน
ทริคเลือกเสียงประกอบคลิปให้เข้ากับแบรนด์
- ดูความนิยมในแต่ละประเทศและความสนใจที่เกี่ยวข้องใน Creative Center
- ส่องคู่แข่งว่าหยิบเสียงเทรนด์ไปใช้ยังไง
- เลือกเพลงที่สามารถเอามาปรับเข้ากับคอนเทนต์ของคุณได้เร็ว เพื่อเกาะกระแสให้ทันเวลา
ที่มา: TikTok Creative Center
หากใช้เพลงเทรนด์ ให้คลิกตัวเลือก "Approved for business use" เพื่อกรองเพลงที่แบรนด์ไม่สามารถใช้ได้ออก
ที่มา: TikTok Creative Center
Rachel Karten ที่ปรึกษาด้านโซเชียลมีเดียและการทำจดหมายข่าว Link in Bio แนะนำให้ทำมากกว่านั้น โดยเธอกล่าวว่า “ในฐานะแบรนด์ ลองพยายามอีกนิดด้วยการขออนุญาตศิลปินหรือเจ้าของเสียงก่อนนำผลงานของเขามาใช้ หากเขาปฏิเสธหรือไม่ตอบกลับ ก็ควรเคารพการตัดสินใจนั้น เพราะพวกเขาคือคนที่สร้างผลงานขึ้นมา และในมุมของแบรนด์ นี่คือสิ่งสำคัญที่ควรให้ความเคารพ”
สร้างคอนเทนต์แบบซีรีส์
การทำคอนเทนต์เป็นซีรีส์ช่วยให้คุณสร้างคอนเทนต์ที่ทั้งสนุก น่าติดตาม หรือให้ความรู้ จนคนดูอยากกลับมาดูต่อเรื่อย ๆ และมีแนวโน้มกดติดตาม เพื่อไม่พลาดตอนถัดไป
ตัวอย่างที่น่าสนใจคือแบรนด์เครื่องประดับ Alexis Bittar ที่ทำคอนเทนต์แนว mini telenovela แบบเสียดสี นำเสนอเรื่องราวของตัวละคร Margeaux Goldrich ไฮโซนิสัยแรง (รับบทโดย Patricia Black) ที่ใส่เครื่องประดับของแบรนด์ และ Hazel ผู้ช่วยที่ต้องรับมือกับพฤติกรรมของเธอ
ในคลิปหนึ่ง Margeaux ไปฝังเข็มแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้น Hazel จึงใช้จังหวะนั้นขอขึ้นเงินเดือน ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด จากคอมเมนต์จะเห็นได้ว่าคนดูติดตามความสัมพันธ์ของตัวละครอย่างต่อเนื่อง จนพัฒนาเป็นหลายซีซันและวิดีโอจำนวนมาก
@alexisbittar แฟชั่นเทเลโนเวลาของเรากลับมาอีกครั้ง พร้อมตัวละครสุดปั่นอย่าง Margeaux ไฮโซสายกดดันจาก Upper East Side ที่คราวนี้ดูสดชื่นขึ้นหลังจากไปฝังเข็มครั้งแรก ด้าน Hazel ก็ไม่พลาด ใช้จังหวะนี้ลองต่อรองขอขึ้นเงินเดือน #alexisbittar #bittarverse ♬ original sound - Alexis Bittar
คุณสามารถเลือกทำแบบ Alexis Bittar ด้วยการสร้างตัวละครที่เป็นตัวแทนของแบรนด์ หรือจะทำให้เรียบง่ายกว่านั้นก็ได้ เช่น ทำซีรีส์แพ็กออเดอร์ หรือถ้าคุณทำแบรนด์เกี่ยวกับเส้นผม อาจลองเข้าไปขอคนทั่วไปบนถนนเพื่อจัดทรงผมให้ด้วยสินค้าของคุณ
หากคุณต้องการเพิ่มผู้ติดตาม TikTok ด้วยการเริ่มทำซีรีส์ ลองระดมไอเดียก่อนว่าคุณมีคอนเทนต์มากพอที่จะทำต่อเนื่องได้หรือไม่ จากนั้นกำหนดตารางที่ทำได้จริง เช่น ลงสัปดาห์ละครั้ง และเปิดใจให้ปรับเปลี่ยนตามฟีดแบ็กจากผู้ชม เพราะบางครั้งซีรีส์ของคุณอาจพัฒนาไปตามสิ่งที่คนดูอยากเห็น
ลองทำคอนเทนต์หลายๆ แบบ
แม้ TikTok จะไม่เปิดเผยรายละเอียดการทำงานของอัลกอริทึมทั้งหมด แต่ก็สนับสนุนให้ผู้ใช้ลองคอนเทนต์หลายรูปแบบ โดยมีรายงานว่าผู้ใช้ถึง 76% ชอบดูทั้งภาพและวิดีโอที่หลากหลาย และหลายคนเชื่อว่า TikTok มีแนวโน้มดันโปรไฟล์ที่ใช้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ หรือทดลองรูปแบบคอนเทนต์ที่แตกต่าง
วิดีโอช่วยให้แบรนด์ถ่ายทอดตัวตนได้ชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ภาพถ่ายสามารถผลิตได้เร็ว เหมาะกับการเพิ่มความถี่ในการโพสต์ นอกจากนี้ยังสามารถทำวิดีโอแบบไม่ต้องโปรดักชันสูงได้ เช่น แบรนด์เครื่องสำอาง Merit Beauty ที่ใช้คลิปวิดีโอสั้น ๆ แล้วใส่เพลงแทนการพูด ทำให้คอนเทนต์ดูง่ายและผลิตได้ต่อเนื่อง
@merit ไม่มีทางรู้ได้จริง ๆ The Five Minute Face-Off เขียนบทและแสดงโดย Ego Nwodim และ Heidi Gardner จาก meritbeauty.com ♬ original sound - MERIT Beauty
การทำคอนเทนต์แบบผสมผสานยังช่วยเพิ่มผู้ติดตาม TikTok ในแบบที่คุณได้ลองเล่าเรื่องในหลายรูปแบบมากขึ้น เช่น แบรนด์รองเท้าสายยั่งยืน Allbirds ที่ทำทั้งคอนเทนต์สั้นและยาว รวมถึงวิดีโอพาไปเยี่ยมฟาร์มร่วมกับอดีตนักกีฬา NFL อย่าง Marshawn Lynch ซึ่งไม่ได้ขายของตรง ๆ แต่สื่อถึงคุณค่าของแบรนด์เรื่องการดูแลธรรมชาติ
@weareallbirds เราไปฟาร์มมา ได้ทั้งชิมผลไม้ pluot ย้อมรองเท้า แต่ไม่ได้ลงไปในคอกหมูนะ ที่สำคัญคือเราได้เรียนรู้ว่า ถ้าเราฟังธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะให้ทุกอย่างที่เราต้องการ #marshawnlynch #schooledwithmarshawn #allbirds #farmvisit
#fieldtrip ♬ original sound - Allbirds
เล่าเรื่องให้น่าติดตาม
ถ้าอยากเพิ่มและรักษาผู้ติดตามบน TikTok ให้ได้ต่อเนื่อง คอนเทนต์ต้องทั้งมีคุณภาพและดึงดูด การเล่าเรื่องที่เข้าถึงง่าย ดูจริง และเชื่อมโยงกับคนดูได้ จะช่วยให้ผู้ชมอยากกลับมามีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ของคุณมากขึ้น
จากการศึกษาวิดีโอสั้นกว่า 4,000 คลิปบน TikTok และ Instagram โดยเอเจนซี Neil Patel Digital พบว่า คอนเทนต์ที่เล่าเรื่อง (storytelling) ได้รับยอดวิวมากขึ้น 23.09% และคอมเมนต์มากขึ้น 19.52% ซึ่งช่วยให้วิดีโอถูกดันบนหน้า For You ได้นานขึ้น และเพิ่มโอกาสในการได้ผู้ติดตามใหม่
Maggie Sellers นักลงทุน angel, ครีเอเตอร์ และผู้ก่อตั้ง Hot Smart Rich Media ใช้ TikTok ของเธอเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวพร้อมแชร์มุมมองให้คนดู เช่น ในคลิปหนึ่งเธอเล่าว่าเธอไม่วางแผนวันหยุดสุดสัปดาห์แน่นเกินไป เพื่อเลี่ยงอาการ burnout เธอเลือกปล่อยให้วันหยุดยืดหยุ่นมากขึ้น แล้วไปจัดการโครงสร้างในส่วนอื่นของชีวิตแทน แนวคิดนี้โดนใจคนที่รู้สึกว่าแทบไม่มีเวลาพักจริง ๆ
“เราคิดว่าตัวเองเป็นสายเล่าเรื่องโดยธรรมชาติ” Maggie Sellers กล่าวในพอดแคสต์ Shopify Masters “และนั่นแหละคือสิ่งที่นักการตลาดที่ดีทำได้ คนที่เก่งด้านแบรนด์มาร์เก็ตติ้งต้องเล่าเรื่องเป็น”
การเล่าเรื่องมีได้หลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่นแบรนด์ Dieux Skin ที่ทำคอนเทนต์ตอบคอมเมนต์เกี่ยวกับประเด็นฉลากสินค้า พร้อมอธิบายว่ากำลังแก้ไขอย่างไร ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของแบรนด์ที่เน้นความโปร่งใสและเปิดเผยกับผู้ติดตาม
“เราเรียกตัวเองว่าเป็นแบรนด์ที่ให้ข้อมูลแบบจัดเต็ม” Charlotte Palermino ผู้ร่วมก่อตั้ง Dieux กล่าวในพอดแคสต์ Shopify Masters “เราบอกทั้งสิ่งที่ผิวต้องการ สิ่งที่ไม่จำเป็น ความหลากหลายของผิว และพูดตรง ๆ ว่าสินค้าของเราไม่ได้เหมาะกับทุกคน ซึ่งความจริงแบบนี้แหละที่ทำให้คนรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์”
@dieuxskin ตอบกลับ @lolooo1432 เรา ❤️คุณนะ! นี่คืออัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจจิ้ง 🥰 #greenwashing #oceancleanup #plastic #beauty
#skincare #beautyindustrysecrets #recycling ♬ original sound - Dieux Skin
ใช้แฮชแท็กให้ตรง
แฮชแท็กช่วยเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ถูกค้นเจอมากขึ้น เพราะทำให้แพลตฟอร์มเข้าใจและจัดหมวดหมู่คอนเทนต์ของคุณได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้วิดีโอไปถึงกลุ่มคนที่ใช่ และเพิ่มโอกาสในการได้ผู้ติดตามใหม่
คุณสามารถใช้ TikTok Creative Center เพื่อหาแฮชแท็กที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณได้ โดยในหน้ารวมแฮชแท็กสามารถกรองตามอุตสาหกรรม ช่วงเวลา (7, 30 หรือ 120 วัน) และดูคำที่กำลังมาแรงใหม่ ๆ ใน Top 100 ได้
ที่มา: TikTok Creative Center
เมื่อคลิก "See analytics" จะเห็นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชมที่สนใจคอนเทนต์นั้น ทั้งข้อมูลประชากร ที่ตั้ง และความสนใจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยระบุกลุ่มเป้าหมายได้ชัดขึ้น
ที่มา: TikTok Creative Center
อีกวิธีในการหาแฮชแท็กที่ตรงกับคอนเทนต์ของคุณ คือดูจาก TikTok Analytics ของบัญชีตัวเอง โดยเข้าไปที่ Profile > TikTok Studio > Analytics
ในหน้า Overview เลื่อนลงไปด้านล่าง จะมีส่วน “search queries” ที่แสดงคำค้นหาที่พาผู้ใช้เข้ามาที่โปรไฟล์ของคุณในช่วง 90 วันที่ผ่านมา ซึ่งคุณสามารถนำคำเหล่านี้ไปต่อยอดเป็นแฮชแท็กหรือไอเดียคอนเทนต์ได้
ที่มา: TikTok
การมีความชัดเจนใน niche ของคุณ จะช่วยให้เลือกแฮชแท็กได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่ใช่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เครื่องมืออย่าง social listening และการติดตามคีย์เวิร์ดในสายของคุณ เพื่อเข้าใจพฤติกรรม ความสนใจของผู้ชม และเทรนด์ในอุตสาหกรรมได้ลึกขึ้น
ตัวอย่างเช่นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน McGee & Co. ที่ใช้ทั้งแฮชแท็กของแบรนด์เอง (#mcgeeandco) ควบคู่กับแฮชแท็กทั่วไปในสายเดียวกัน เช่น #homedecor และ #homeinspo
@shopmcgeeandco เริ่มต้นวันด้วยเตียงที่จัดเรียบร้อย มันให้ความรู้สึกดีแบบบอกไม่ถูก และตอนนี้ชุดเครื่องนอนกำลังลดราคาสูงสุดถึง 30% ด้วย #mcgeeandco #homedecor #homeinspo #decor
มีส่วนร่วมกับคอมมูนิตี้
การมีส่วนร่วมกับผู้ติดตามช่วยเพิ่ม TikTok Followers ในลักษณะที่ผลักดันให้แบรนด์ดูเข้าถึงง่าย และทำให้คนใหม่ ๆ รู้สึกว่าคุณให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของพวกเขา การตอบคอมเมนต์ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดบทสนทนา ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่ออัลกอริทึมของ TikTok และช่วยขยายการเข้าถึงของคอนเทนต์
วิธีมีส่วนร่วมมีได้หลายแบบ เช่น ใช้ฟีเจอร์ Q&A ปักหมุดคำถามที่พบบ่อย สร้างชาเลนจ์ของตัวเอง หรือไลฟ์เพื่อกระตุ้นให้เกิดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ ข้อความ และการคลิกต่าง ๆ รวมถึงการซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังสามารถนำคอนเทนต์จากผู้ใช้งานจริง (UGC) ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์มาแชร์ต่อ โดยให้เครดิตเจ้าของผลงาน เพื่อเพิ่มการมองเห็นในกลุ่มผู้ติดตามของเขา
ในคอมเมนต์ แบรนด์ยังเข้าไปตอบคนที่ให้ไอเดียเพิ่มเติม พร้อมบอกว่าจะนำไปทำเป็นคอนเทนต์ในวิดีโอถัด ๆ ไป ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้คนอยากกดติดตามต่อ
ที่มา: Eauso Vert TikTok
ชูจุดเด่นของแบรนด์
การเพิ่มผู้ติดตาม TikTok ไม่ใช่แค่เรื่องการเล่นกับอัลกอริทึมของ TikTok แต่คือการทำให้คนเห็นชัดว่าทำไมเขาควรกดติดตามคุณ วิธีหนึ่งคือการสื่อสาร “คุณค่าที่แบรนด์ให้” หรือจุดเด่นเฉพาะของสินค้าหรือบริการ ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของคุณอย่างตรงจุด
สร้างวิดีโอหลายคลิปที่แสดงจุดขายเฉพาะให้ผู้ใช้ TikTok เห็น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลใหม่หรือมุมมองที่แตกต่าง อย่างที่ Maggie Sellers ตามแบบที่เจ้าของแบรนด์ Hot Smart Rich Media ใช้ในการทำ angel investing
“เรามองว่าการทำคอนเทนต์มันสามารถทำให้ต่างออกไปได้” Maggie เล่า “ตอนนั้นยังไม่มีใครพูดเรื่องธุรกิจในแบบที่เราพูด” เธอเลือกเลี่ยงคำศัพท์ยาก ๆ และอธิบายเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่าย เหมือนคุยกับเพื่อน ทำให้เธอสามารถเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับการลงทุนและธุรกิจบน TikTok และทำให้ความรู้เหล่านี้เข้าถึงคนทั่วไปได้มากขึ้นในแบบที่ยังไม่ค่อยมีใครทำบนแพลตฟอร์มนี้
อีกหนึ่งแบรนด์ที่สื่อสารจุดเด่นของตัวเองได้ชัดคือ Graza แบรนด์น้ำมันมะกอก ที่พยายามทำให้ลูกค้าเห็นว่าสามารถใช้สินค้าคุณภาพสูงในมื้ออาหารประจำวันได้
“ในอเมริกาเหนือ น้ำมันมะกอกมักถูกมองว่าไม่ควรเอามาทำอาหาร” Andrew Benin ผู้ก่อตั้ง Graza กล่าวในพอดแคสต์ Shopify Masters “ฝั่งหนึ่งก็ถูกวางเป็นสินค้าหรูไปเลย ส่วนอีกฝั่งก็เป็นสินค้า Private Label ทั่วไปแบบไม่มีการลงทุนเรื่องคุณภาพมากนัก”
บน TikTok Graza เลยทำคอนเทนต์สูตรอาหารหลากหลายที่ใช้น้ำมันมะกอกในทุกโอกาส เช่น เมนีบวบทอดที่ไม่ได้กังวลว่าจะใช้น้ำมันมากเกินไป เป็นเมนูง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน ที่ช่วยให้ลูกค้าเห็นว่าไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ ก็สามารถใช้น้ำมันมะกอกคุณภาพดีได้
โพสต์อย่างสม่ำเสมอ
อัลกอริทึมของ TikTok มักให้ความสำคัญกับบัญชีที่แอคทีฟ หรือครีเอเตอร์ที่โพสต์วิดีโอสม่ำเสมอ การโพสต์บ่อยยังเพิ่มโอกาสปรากฏในหน้า For You ของคนอื่น ซึ่งช่วยให้ได้ผู้ติดตามเพิ่ม
จากข้อมูลของ Pew Research ครีเอเตอร์ยอดนิยม (มีผู้ติดตาม 1 ล้านคนขึ้นไป) โพสต์เฉลี่ยทุก 2.2 วัน ขณะที่บัญชีขนาดเล็กกว่า (ประมาณ 5,000–7,000 ผู้ติดตาม) จะโพสต์ทุก 5.8 วัน
การหาไอเดียวิดีโอจากคอนเทนต์ที่กำลังฮิต จะช่วยให้คุณสร้างโพสต์ใหม่ที่ยังคงอยู่ในกรอบของแบรนด์ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถรีโพสต์คอนเทนต์จากผู้ใช้งานจริง (UGC) เบื้องหลังการทำงาน หรือคอนเทนต์ที่ทำได้ง่าย เช่น โพสต์รูป เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณคอนเทนต์
“ลองหาวิธีทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น” Rachel Karten ที่ปรึกษาด้านโซเชียลมีเดียกล่าว “ข้อดีของเทรนด์คือมันมักทำตามได้ง่าย บางทีอาจเป็นแค่ใช้เสียงเทรนด์แล้วถ่ายแพนสินค้าช็อตเดียว ใช้เวลาไม่กี่นาทีในการตัดต่อ คุณควรมีทั้งคอนเทนต์ที่ทำยากและทำง่ายผสมกัน เพื่อให้ทำต่อเนื่องได้จริง”
คอลแลบกับครีเอเตอร์อื่น
การร่วมงานกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในสายเดียวกัน หรือแบรนด์ที่สินค้าสามารถใช้ร่วมกันได้ จะช่วยให้คอนเทนต์ของคุณไปถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ ๆ
สำหรับแบรนด์ การคอลแลบยังเป็นโอกาสในการเข้าถึงฐานผู้ติดตามของกันและกัน และเพิ่มความหลากหลายในกลยุทธ์การตลาด ตัวอย่างเช่น Fishwife แบรนด์อาหารทะเลกระป๋อง และ Fly By Jing แบรนด์ chili crisp ที่ร่วมกันออกสินค้าใหม่อย่างแซลมอนรมควันผสม chili crisp โดยทั้งสองแบรนด์ก็ทำคอนเทนต์บน TikTok เพื่อสร้างกระแสให้กับการร่วมงานครั้งนี้
ฝั่ง Fly By Jing เลือกเล่าในเชิงให้ความรู้ โดยทำวิดีโอสาธิตวิธีนำแซลมอนไปคลุกกับข้าวและมายองเนส Kewpie ซึ่งก็สอดคล้องกับสไตล์คอนเทนต์ของแบรนด์ที่เน้นโชว์ว่าผลิตภัณฑ์ช่วยให้ทำอาหารง่ายและเร็วขึ้นได้อย่างไร
@flybyjing such a perfect collab 🤩🤩🤩🤩🤩 limited edition so get yours while supplies last!!! #flybyjing #fishwife #salmon #fyp ♬ DARARI - ︎ ondu
Fishwife แชร์สินค้าหลายตัว รวมถึงแซลมอนผสม chili crisp ที่ถูกใจสายกินเผ็ด โดยใช้ข้อความบนหน้าจออธิบายรสชาติไปพร้อมกับเพลงประกอบ ซึ่งเป็นสไตล์คอนเทนต์ประจำของแบรนด์ที่มักใช้เพลงจังหวะเร็ว
@eatfishwife SAY HELLO TO OUR NEW SMOKED SALMON 💖🌀‼️ 🌲we started in 2021 with a small micro cannery in WA 👯♀️we grew together, and despite expanding operations you kept selling us out 🇩🇰so we made a new smoked salmon after 18 months of R&D 🌟 BUT! our original recipe stays → now our ✨Gold Label Salmon✨ one new. one gold. both made with so much care 💛🐟 #salmon #smokedsalmon #fishtok ♬ What You Saying - Lil Uzi Vert
ทั้งสองแบรนด์ยังคงความเป็นตัวเองอย่างชัดเจน ทำให้เมื่อมีผู้ชมใหม่เข้ามาที่หน้าโปรไฟล์ ก็สามารถเข้าใจได้ทันทีว่ากำลังกดติดตามใครอยู่
หากทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ คุณยังสามารถเข้าถึงฐานผู้ติดตามของเขาได้ด้วย หลายคนอาจอยากเลือกอินฟลูเอนเซอร์ตัวใหญ่ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน แต่ก็ไม่ควรมองข้าม micro-influencers ที่อาจมีอิทธิพลและความน่าเชื่อถือในกลุ่มเฉพาะหรือ niche ของคุณมากกว่า
อย่าพูดแค่เรื่องขายของ
การขยายหัวข้อคอนเทนต์ให้กว้างกว่าธุรกิจ และแสดงความเป็นตัวเองมากขึ้น จะช่วยให้คอนเทนต์ดูมีมิติและน่าสนใจขึ้น ทำให้คนมีเหตุผลในการติดตามมากกว่าเดิม
Maggie แนะนำให้มองการทำคอนเทนต์เหมือนการคุยกับเพื่อนตอนกินข้าว “เวลาคุยกัน เราไม่ได้พูดแค่เรื่องธุรกิจ เรายังคุยเรื่องแฟชั่น เรื่องท่องเที่ยว เรื่องความสัมพันธ์”
เธออยากให้ TikTok ของตัวเองมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น “เราอยากให้คอนเทนต์ของฉันเชื่อมโยงกับคนในทางที่ดีและเป็นธรรมชาติ” เธอเล่า ทำให้แม้คนที่ไม่ได้ซื้อสินค้าจากเธอ ก็ยังรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เธอกำลังเล่า
ดูและปรับจากข้อมูล Analytics
TikTok Analytics ช่วยให้คุณเห็นเทรนด์ของจำนวนผู้ติดตาม ประสิทธิภาพของโพสต์ และภาพรวมของเอ็นเกจเมนต์ การย้อนดูข้อมูลวิดีโอที่ผ่านมา จะช่วยให้รู้ว่าคอนเทนต์แบบไหนเวิร์ก เพื่อเอาไปทำซ้ำและเพิ่มโอกาสได้ยอดวิวมากขึ้น
ในหน้า Analytics ให้เข้าไปดูที่ส่วน “Content” แล้วกรองโพสต์ตาม “ผู้ชมใหม่มากที่สุด” เพื่อดูว่าคอนเทนต์ไหนถูกดันไปถึงคนที่ยังไม่รู้จักคุณ จากนั้นลองสังเกตรูปแบบ เช่น ธีมคล้ายกันไหม หรือวิดีโอสั้นทำผลงานดีกว่าไหม แล้วนำอินไซต์เหล่านี้ไปปรับใช้กับคอนเทนต์ในอนาคต
ที่มา: TikTok
ยังดูส่วน "Viewers" เพื่อดูข้อมูลเพศ อายุ หรือที่ตั้ง เพื่อนำมาปรับกลยุทธ์ TikTok ได้ด้วย ถ้าพบว่าคอดนใจคนในเมืองเดียวกันมากที่สุด อาจลองเน้นมุมมองท้องถิ่นมากขึ้น
ที่มา: TikTok
ทำชาเลนจ์
การสร้างชาเลนจ์เป็นวิธีที่ได้ผลในการดึงผู้ติดตามใหม่ แบรนด์เสื้อผ้าออกกำลังกาย Gymshark โพสต์เกี่ยวกับ Gymshark 66 ชาเลนจ์ 66 วันที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้รักษาเป้าหมายด้านสุขภาพและฟิตเนสเพื่อสร้างนิสัย ผู้ใช้โพสต์เกี่ยวกับชาเลนจ์นี้ด้วยแฮชแ็ก #gymshark66 บน TikTok เพื่อบันทึกความคืบหน้า
ข้อดีของชาเลนจ์แบบนี้คือกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมใช้แฮชแท็กซ้ำหลายครั้งตลอด 66 วัน นอกจากนี้ แบรนด์ยังเปิดตัวชาเลนจ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก่อนสิ้นปีที่คนมักตั้งเป้าหมายใหม่ และเนื่องจากชื่อชาเลนจ์มีชื่อแบยู่ด้วย เมื่อคนกระโดดตามเทรนด์และสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ก็สามารถย้อนกลับมาหา Gymshark ได้เสมอ
ใส่แคปชันทุกโพสต์
แคปชันเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มผู้ติดตามได้ เพราะคุณสามารถใส่คีย์เวิร์ดลงไป เพื่อช่วยให้อัลกอริทึมของ TikTok เข้าใจและจัดหมวดหมู่คอนเทนต์ได้ดีขึ้น ส่งผลให้วิดีโอมีโอกาสไปโผล่บนหน้า For You มากขึ้น
นอกจากนี้ แคปชันยังเป็นพื้นที่ที่คุณสามารถใส่บริบทเพิ่มเติม หรือโชว์คาแรกเตอร์ของแบรนด์ ซึ่งช่วยดึงดูดผู้ชมได้
ตัวอย่างเช่นแบรนด์คุกกี้ Last Crumb ที่ใช้แคปชันเสริมความขำของวิดีโอ อย่างในโพสต์ที่ประกาศคอลแลบกับ PopUp Bagels แบรนด์เขียนว่า “คาร์บของโปรดของคุณมารวมตัวกันแล้ว”
@lastcrumb Last week to try these flavors NYC 👀🍪@Cheat_Meal_eats #lastcrumb #flavorsoftheweek #cookietiktok #cookiesoftiktok #foodienyc ♬ Yukon x Up hunnybee - djhunnybee
ควรซื้อผู้ติดตาม TikTok หรือไม่
แม้การซื้อผู้ติดตามอาจดูเป็นทางลัดที่ทำให้บัญชีดูน่าเชื่อถือขึ้น แต่จริง ๆ แล้วควรหลีกเลี่ยง เพราะผู้ติดตามปลอม เช่น บอท จะไม่เข้ามามีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ของคุณ และไม่ช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ชมใหม่ได้จริง
นอกจากนี้ TikTok ยังมีการลงโทษบัญชีที่สร้างเอ็นเกจเมนต์ปลอม เช่น ลบไลก์ ลบผู้ติดตาม ไปจนถึงลบคอนเทนต์หรือแบนบัญชีได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มผู้ติดตาม TikTok
แบรนด์สามารถซื้อผู้ติดตาม TikTok ได้หรือไม่
มีบางบริการที่โฆษณาว่าเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มผู้ติดตาม ไลก์ คอมเมนต์ หรือแชร์ เพื่อทำให้บัญชีดูเติบโตเร็วขึ้น แต่ทั้งหมดนี้ขัดกับกฎของ TikTok และอาจทำให้บัญชีของคุณถูกแบนได้
จะเพิ่มผู้ติดตาม TikTok ให้เร็วได้ยังไง
วิธีที่เร็วที่สุดคือทำให้คอนเทนต์ของคุณ “มองเห็นได้” ใช้เทรนด์และแฮชแท็กให้เป็น และโพสต์อย่างสม่ำเสมอ ส่วนในระยะยาว ควรโฟกัสที่คอนเทนต์คุณภาพที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ลองดูว่าครีเอเตอร์คนอื่นทำอะไรแล้วเวิร์ก และนำมาปรับใช้ในสไตล์ของคุณ
ทำไมผู้ติดตาม TikTok ถึงไม่เพิ่ม
การเพิ่มผู้ติดตามเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ สิ่งสำคัญคือการโพสต์คอนเทนต์คุณภาพอย่างต่อเนื่องให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมใช้แฮชแท็กและเทรนด์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนค้นเจอคอนเทนต์ของคุณ


