การหาตัวเลือกบรรจุภัณฑ์และการจัดส่งที่คุ้มค่าถือเป็นกุญแจสำคัญในปี 2026 ราคากระดาษลูกฟูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา หมายความว่าค่าใช้จ่ายเล็กๆ อย่างกล่อง เทป และวัสดุกันกระแทกสามารถกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่กัดกำไรได้โดยไม่รู้ตัว ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้ายังคาดหวังมากขึ้น อย่างน้อยที่สุด พวกเขาต้องการการจัดส่งที่รวดเร็วและประสบการณ์แกะกล่องที่ง่ายดาย
แต่จริงๆ แล้วยังมีหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณลดต้นทุนได้ในขณะที่ยังคงตอบสนองความคาดหวังเหล่านี้ ผู้ให้บริการขนส่งอย่าง USPS และ UPS มีกล่องพัสดุฟรี หรือคุณสามารถใช้ประโยชน์จากส่วนลดสำหรับการสั่งซื้อจำนวนมากจากซัพพลายเออร์ระดับประเทศได้
ฮาวทูหน้านี้เราจะมาแนะนำประเภทต่างๆ ของกล่องพัสดุราคาย่อมเยา แชร์ข้อมูลราคา และเปิดพิกัดแหล่งที่เหมาะที่สุดสำหรับการจัดหากล่องพัสดุราคาถูกสำหรับธุรกิจของคุณ
วิธีคำนวณต้นทุนกล่องพัสดุของคุณ
ราคา "ต่อกล่อง" ที่เห็นบนเว็บไซต์ของผู้จัดจำหน่ายมักจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนทั้งหมดเท่านั้น
ต้นทุนจริงของคุณจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ
- ปริมาณการสั่งซื้อ: การสั่งซื้อกล่อง 20 ใบต่อครั้งจะมีราคาต่อหน่วยสูงกว่าการสั่ง 200 หรือ 2,000 ใบ ผู้จัดจำหน่ายส่วนใหญ่มีส่วนลดเมื่อสั่งซื้อจำนวนมาก ดังนั้นยิ่งสั่งมาก ราคาต่อกล่องก็จะยิ่งถูกลง
- ขนาด: กล่องที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นเพียงไม่กี่นิ้วก็อาจทำให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น เพราะผู้ให้บริการมักคำนวณตามน้ำหนักเชิงปริมาตร (คำนึงถึงทั้งขนาดและน้ำหนักจริง) การเลือกกล่องให้เหมาะกับสินค้าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก
- น้ำหนัก: กล่องที่มีน้ำหนักมากไม่เพียงแต่มีค่าจัดส่งสูงขึ้น แต่ยังต้องใช้วัสดุบรรจุที่แข็งแรงขึ้นซึ่งมักมีราคาสูงกว่า
- ปลายทาง: ค่าจัดส่งจะแตกต่างกันตามพื้นที่จัดส่ง โดยการจัดส่งระยะไกลหรือระหว่างประเทศมักมีราคาสูงกว่าการจัดส่งในประเทศ
- ความถี่ในการสั่งซื้อ: การสั่งซื้อครั้งเดียวอาจดูถูกกว่าในระยะสั้น แต่ถ้าต้องสั่งซ้ำบ่อยๆ ครั้งละไม่มาก ต้นทุนจะสะสมขึ้นได้ง่าย การวางแผนความต้องการบรรจุภัณฑ์ล่วงหน้าและสั่งซื้อครั้งละมากๆ ปีละไม่กี่ครั้งมักจะคุ้มค่ากว่า
นอกจากปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ อย่าลืมคำนึงถึง
- ส่วนลดตามปริมาณ: ผู้จัดจำหน่ายหลายรายจะลดราคาลงอย่างมากเมื่อคุณสั่งถึงจำนวนที่กำหนด เช่น 500 หรือ 1,000 กล่อง
- ค่าจัดส่งจากผู้จัดจำหน่าย: อย่าลืมว่าคุณมักต้องจ่ายค่าขนส่งสำหรับการส่งกล่องมายังคลังของคุณด้วย โดยเฉพาะเมื่อสั่งกล่องขนาดใหญ่ ค่าขนส่งอาจสูงจนเกือบเท่าราคากล่องเองเลยทีเดียว
คำนวณค่าใช้จ่ายกล่องพัสดุของคุณ
ใช้สูตรง่ายๆ นี้ในการคำนวณค่าใช้จ่ายกล่องพัสดุที่แท้จริง
(ราคาต่อกล่อง × จำนวนกล่อง) + ค่าจัดส่งจากซัพพลายเออร์ / จำนวนกล่องทั้งหมด
สูตรนี้จะให้ตัวเลขราคาต่อกล่องที่เป็นจริง ซึ่งคุณสามารถใช้เปรียบเทียบซัพพลายเออร์ต่างๆ ได้ จากนั้นพิจารณาว่าการซื้อจำนวนมากขึ้นหรือการปรับขนาดกล่องจะช่วยประหยัดเงินในระยะยาวได้หรือไม่
สมมติว่าคุณกำลังเลือกระหว่างการสั่งซื้อ 2 ขนาดจากซัพพลายเออร์เดียวกัน
- กล่อง 200 ใบ ราคาใบละ 40 บาท
- กล่อง 1,000 ใบ ราคาพิเศษใบละ 27 บาท
ทั้งสองออเดอร์มีค่าจัดส่งแบบเหมาจ่าย 1,650 บาท
สถานการณ์ที่ 1: กล่อง 200 ใบ
- ราคากล่อง = 200 × 40 บาท = 8,000 บาท
- บวกค่าจัดส่ง = 8,000 + 1,650 = 9,650 บาททั้งหมด
- ราคาต่อกล่อง = 9,650 ÷ 200 = 48.25 บาทต่อกล่อง
สถานการณ์ที่ 2: กล่อง 1,000 ใบ
- ราคากล่อง = 1,000 × 27 บาท = 27,000 บาท
- บวกค่าจัดส่ง = 27,000 + 1,650 = 28,650 บาททั้งหมด
- ราคาต่อกล่อง = 28,650 ÷ 1,000 = 28.65 บาทต่อกล่อง
ในตัวอย่างนี้ การสั่งซื้อกล่อง 1,000 ใบจะช่วยประหยัดได้ 19.60 บาทต่อกล่อง ซึ่งเป็นการลดต้นทุนลงประมาณ 41%
รวมแหล่งซื้อกล่องพัสดุราคาถูก
1. Lazada
Lazada มีอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์และกล่องพัสดุราคาถูกให้เลือกหลากหลาย ทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เหมาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ทุกประเภท คุณสามารถสั่งซื้อได้โดยตรงจากผู้ขายหลายรายในแพลตฟอร์ม ซึ่งมักมีราคาขายส่งหรือโปรลดราคาสำหรับการสั่งจำนวนมาก
บน Lazada ราคากล่องพัสดุเริ่มตั้งแต่ประมาณ 3–60 บาทต่อกล่อง หรือราว 150–400 บาทต่อแพ็ก (20 กล่อง) แล้วแต่ผู้ขายและโปรโมชั่น
2. Shopee
Shopee เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มยอดนิยมในการหาซื้อกล่องพัสดุราคาถูก มีตัวเลือกให้เลือกหลายขนาดและหลายแบบ ทั้งกล่องไปรษณีย์มาตรฐาน กล่องลูกฟูก หรือซองกันกระแทก
คุณสามารถเลือกซื้อจากร้านที่มีคะแนนรีวิวสูง เพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า และหากใช้บริการ Shopee Express บางร้านยังจัดโปรโมชั่นลดราคาค่าจัดส่งเพิ่มเติมด้วย ช่วงราคาอยู่ที่ประมาณ 2–55 บาทต่อกล่อง หรือ 120–350 บาทต่อแพ็ก
3. ไปรษณีย์ไทย
ไปรษณีย์ไทยมีจำหน่ายกล่องพัสดุมาตรฐานหลากหลายขนาดในราคาย่อมเยา เหมาะกับผู้ที่ส่งของบ่อย เช่น ร้านค้าออนไลน์หรือธุรกิจขนาดเล็ก
กล่องแบบ "ก ข ค ง จ ฉ" มีให้เลือกตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงใหญ่ ราคาเริ่มต้นเพียง 9 บาทต่อกล่อง และสามารถหาซื้อได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ หรือสั่งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทยได้โดยตรง

4. HomePro
HomePro มีการเลือกกล่องที่แข็งแรงมากมาย รวมถึงกล่องขนาดใหญ่และกล่องพิเศษ พร้อมอุปกรณ์สำหรับการแพ็กสินค้า ราคากล่องเริ่มต้นที่ราคากล่องละไม่ถึง 5 บาท
5. Kerry Express
Kerry Express จำหน่ายกล่องบรรจุภัณฑ์มาตรฐานของตนเอง พร้อมอุปกรณ์แพ็กของ เช่น เทปกาวและซองกันกระแทก เหมาะสำหรับร้านค้าที่ใช้บริการจัดส่งของ Kerry อยู่แล้ว เพราะสามารถเลือกขนาดกล่องที่เข้ากับระบบขนส่งของ Kerry ได้พอดี
6. Flash
Flash Shop เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยมในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มร้านค้าออนไลน์ที่ส่งของบ่อย Flash มีจำหน่ายกล่องพัสดุหลายขนาด รวมถึงซองพลาสติกและเทปกาวในราคาขายส่ง
7. OfficeMate
OfficeMate จำหน่ายกล่องพัสดุและอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์ครบครัน ทั้งกล่องลูกฟูก เทปกันกระแทก และซองกันน้ำ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการซื้อของแพ็กเกจจิ้งพร้อมกันหลายรายการ จุดเด่นคือสามารถสั่งผ่านเว็บไซต์ได้ง่าย มีบริการจัดส่งทั่วประเทศ และมักจัดโปรโมชั่นลดราคาสำหรับลูกค้าธุรกิจ (B2B)
8. Makro
Makro เป็นอีกแหล่งยอดนิยมสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการซื้อกล่องพัสดุราคาถูกจำนวนมากในราคาขายส่ง มีให้เลือกหลายขนาด และมักขายเป็นแพ็กใหญ่ ราคาต่อกล่องจึงถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป ช่วงราคาราว 7–30 บาทต่อกล่อง หรือ 150–350 บาทต่อแพ็กใหญ่ (10–20 กล่อง)
9. ไดโซะ
สำหรับผู้ที่ต้องการกล่องเล็ก ๆ หรือกล่องของขวัญราคาประหยัด Daiso เป็นตัวเลือกที่ดี มีหลากหลายดีไซน์และขนาดให้เลือก เหมาะสำหรับสินค้าชิ้นเล็กหรือของขวัญที่ต้องการแพ็กอย่างสวยงาม โดยราคากล่องส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 60–100 บาท ต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับขนาดและวัสดุ
10. BigC
Big C มีโซนอุปกรณ์สำนักงานและของใช้ในบ้าน ที่มีกล่องกระดาษและกล่องเก็บของให้เลือกหลายแบบ สามารถนำมาใช้เป็นกล่องพัสดุได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อกล่องขนาดกลางถึงใหญ่ในราคาประหยัด พร้อมเลือกซื้อของใช้สำนักงานอื่น ๆ ได้ในที่เดียว
11. Lotus's
Lotus's มีสินค้าประเภทบรรจุภัณฑ์และกล่องเก็บของให้เลือกในโซนเครื่องใช้สำนักงาน รวมถึงเทปกาวและอุปกรณ์แพ็กของพื้นฐาน กล่องพัสดุราคาถูกจากที่นี่เหมาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็กหรือบุคคลทั่วไป ราคาประมาณ 12–35 บาทต่อกล่อง หรือ 250–400 บาทต่อแพ็ก
เปรียบเทียบราคา ซัพพลายเออร์ไหนคุ้มค่าที่สุด
มีซัพพลายเออร์บรรจุภัณฑ์มากมายจนอาจทำให้ยากที่จะหาว่าที่ไหนจะช่วยประหยัดได้มากที่สุด สำหรับร้านค้าในไทย การเปรียบเทียบแหล่งซื้อกล่องพัสดุราคาถูกที่กล่าวมาข้างต้นจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
คำแนะนำตามขนาดธุรกิจ
- เหมาะสำหรับธุรกิจเสริมหรือส่งของน้อยกว่า 50 ออเดอร์ต่อเดือน: ไปรษณีย์ไทย Kerry Express หรือ Flash ที่มีกล่องราคาประหยัด
- เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเติบโต (50–500 ออเดอร์ต่อเดือน): Lazada, Shopee หรือ Makro ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่จัดเก็บมากนัก
- เหมาะสำหรับธุรกิจที่กำลังขยายตัว (500+ ออเดอร์ต่อเดือน): OfficeMate หรือซัพพลายเออร์ขายส่ง
ประเภทกล่องพัสดุ
กล่องบรรจุภัณฑ์มีให้เลือกหลายแบบเมื่อต้องการจัดส่งสินค้า โดยแต่ละแบบมีคุณสมบัติและข้อดีต่างกันไป ตัวอย่างเช่น
- กล่องลูกฟูก: วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเพราะมีความแข็งแรงและทนทาน กล่องลูกฟูกทำจากกระดาษหลายชั้นซ้อนกันเป็นลอนคลื่น ช่วยเพิ่มความหนาแน่นและความสามารถในการปกป้องสินค้ามีมูลค่าได้ดี
- กล่องกระดาษแข็ง: กล่องประเภทนี้จะบางกว่า มักผลิตจากกระดาษชั้นเดียวหรือเยื่อกระดาษหนา เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ถึงแม้จะยืดหยุ่นและใช้งานได้หลากหลาย แต่ก็ไม่ทนทานเท่ากล่องลูกฟูก
- กล่องโพลี: ทำจากฟิล์มโพลีเอทิลีน เป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่น ใช้ซ้ำได้ ราคาย่อมเยา และสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ กล่องชนิดนี้ยังช่วยปกป้องสินค้าได้ดีด้วยคุณสมบัติกันน้ำและกันกระแทก
- กล่องฉนวน: ผสมผสานโครงสร้างของกล่องกระดาษหรือกล่องลูกฟูกเข้ากับฉนวนภายใน เช่น โฟมหรือโพลียูรีเทน เหมาะสำหรับการจัดส่งสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น อาหาร พืช หรือสินค้าประเภทที่ไวต่ออุณหภูมิ
แนวทางที่ดีที่สุดในการแพ็กสินค้า
การเลือกกล่องพัสดุที่เหมาะสมเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของกระบวนการเท่านั้น เพราะวิธีที่บรรจุสินค้าก็มีผลอย่างมากทั้งต่อค่าใช้จ่ายและประสบการณ์ของลูกค้า หากบรรจุภัณฑ์ไม่รัดกุม สินค้าอาจเสียหายระหว่างทางได้ง่าย ขณะเดียวกันหากใช้กล่องที่ใหญ่เกินไป ค่าขนส่งตามน้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งสองอย่างอาจกระทบต่อกระบวนการจัดการออเดอร์และสร้างปัญหาในการจัดส่ง
แนวทางการแพ็กสินค้าที่ควรใช้
- เลือกขนาดกล่องให้พอดี: กล่องที่ใหญ่เกินไปจะทำให้ถูกคิดค่าน้ำหนักตามขนาดสูงขึ้น ส่วนกล่องที่เล็กเกินไปอาจแตกหรือฉีกขาดได้ง่าย ควรเลือกขนาดที่ใกล้เคียงกับตัวสินค้า โดยเหลือพื้นที่เล็กน้อยสำหรับวัสดุป้องกันการกระแทก
- ใช้วัสดุบรรจุรักษ์โลก: ปกป้องสินค้าด้วยวัสดุบรรจุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษคราฟท์รีไซเคิล แผ่นกระดาษลูกฟูก หรือถั่วกันกระแทกย่อยสลายได้ วัสดุเหล่านี้มักมีน้ำหนักเบากว่าแบบทั่วไป ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งและดีต่อสิ่งแวดล้อม
- ปิดผนึกกล่องให้แน่นหนา: ใช้เทปกาวคุณภาพสูงและใช้วิธีปิดเทปแบบ "H-taping" โดยปิดตามรอยต่อด้านบน ด้านล่าง และตามขอบกล่อง เพื่อป้องกันการแยกหรือฉีกขาด หากเป็นกล่องหนักควรปิดเทปสองชั้นเพื่อความแน่นหนา
- กระจายน้ำหนักให้สมดุล: วางสินค้าที่มีน้ำหนักมากไว้ด้านล่างและวางของเบาไว้ด้านบน เพื่อป้องกันของที่เปราะบางจากการถูกบดทับ
- ทดสอบการบรรจุก่อนส่ง: เขย่าหรือวางกล่องลงเบาๆ เพื่อตรวจสอบว่าของข้างในขยับหรือไม่ หากขยับมากเกินไป ควรเพิ่มวัสดุป้องกันหรือใช้กล่องขนาดเล็กลง
- ประหยัดเวลาในการจัดเตรียม: สั่งกล่องแบบสมัครสมาชิกรายเดือนหรือระบบจัดส่งอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องไปซื้อกล่องแบบเร่งด่วน ใช้เว็บไซต์ซัพพลายเออร์ที่สามารถกรองขนาดกล่องได้รวดเร็ว และเลือกใช้ขนาดกล่องมาตรฐานเพียง 2–3 ขนาด เพื่อให้การจัดเก็บและการแพ็กเป็นระบบมากขึ้น
เลือกกล่องพัสดุราคาถูก หรือประหยัดค่ากล่องด้วย Shopify
กล่องพัสดุสำหรับธุรกิจขนาดเล็กอาจมีต้นทุนสูง ขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด และน้ำหนักของกล่อง รวมถึงค่าจัดส่งและปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย การเข้าใจพื้นฐานของการจัดส่งจะช่วยให้คุณลดต้นทุนการส่งสินค้า และยังคงแข่งขันในตลาดได้แม้เป็นร้านขนาดเล็ก
ผู้ที่ใช้งาน Shopify สามารถลดต้นทุนการจัดส่งได้มากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ด้านการจัดส่งของ Shopify ร้านค้าสามารถประหยัดค่าขนส่งและยังสามารถจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าทั่วโลกได้
Shopify มีอัตราค่าขนส่งแบบส่วนลดที่เจรจาไว้ล่วงหน้ากับผู้ให้บริการรายใหญ่ซึ่งช่วยให้ร้านค้าสามารถรับค่าจัดส่งในราคาที่ถูกลง หรือแม้แต่จัดส่งฟรีแบบเหมาจ่าย เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง สำหรับในไทย เงื่อนไขและผู้ให้บริการขนส่งที่รองรับอาจแตกต่างกันไป จึงควรตรวจสอบอัตราค่าบริการและฟีเจอร์ที่ใช้ได้กับพื้นที่ของคุณโดยตรง
การใช้ระบบหลังบ้านของ Shopify ทำให้คุณสามารถจัดการสินค้า ลูกค้า สต็อก และการจัดส่งได้จากที่เดียว รวมถึงการซื้อและพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ เพื่อจัดส่งออเดอร์ได้รวดเร็วขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล่องพัสดุราคาถูก
กล่องพัสดุราคาถูก หาได้จากที่ไหนบ้าง
กล่องพัสดุราคาประหยัดสามารถหาซื้อได้ง่ายทั้งจากร้านค้าออนไลน์และร้านในท้องถิ่น ปัจจุบันมีหลายแหล่งยอดนิยม เช่น Lazada, Shopee, ไปรษณีย์ไทย, Kerry Express, Flash Shop, Makro ฯลฯ การเลือกซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้จะช่วยลดต้นทุนการจัดส่งและเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจของคุณได้มากขึ้น
กล่องจาก USPS ฟรีหรือไม่
ฟรี แต่มีเงื่อนไขคือกล่องที่มีแบรนด์ของ USPS เช่น Priority Mail Flat Rate boxes จะฟรีหากคุณจัดส่งผ่าน USPS ตัวเลือกแบบเหมาจ่ายเช่นนี้อาจช่วยประหยัดต้นทุนได้เพราะราคาจัดส่งคาดการณ์ได้และไม่เปลี่ยนแปลงตามขนาดหรือน้ำหนัก ต้นทุนเหล่านี้สามารถลดลงได้มากขึ้นด้วยการซื้อฉลากจัดส่งราคาพิเศษโดยตรงจากแดชบอร์ด Shopify
UPS มีแจกกล่องพัสดุฟรีหรือไม่
กล่องพัสดุที่มีแบรนด์ของ UPS (เช่น UPS Worldwide Express) สามารถขอรับได้ฟรีสำหรับผู้ที่ใช้บริการจัดส่งของ UPS โดยตรง เนื่องจาก UPS มีรายได้หลักจากค่าขนส่งแทนการขายกล่อง ในไทย สิทธิ์ส่วนลดและเงื่อนไขอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการขนส่งที่รองรับและแพ็กเกจที่ร้านค้าใช้งาน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดกับระบบจัดส่งที่ใช้จริงอีกครั้ง
มีตัวเลือกกล่องพัสดุราคาถูกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่
โดยทั่วไปกล่องพัสดุมักเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีร้านค้าออนไลน์หลายแห่งที่เน้นขายวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ กล่องคราฟท์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติไม่ฟอกสีเป็นตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับการจัดส่งสินค้าที่เปราะบาง
สามารถซื้อกล่องพัสดุแบบประกอบเสร็จได้หรือไม่ หรือจะต้องประกอบเอง
โดยทั่วไปกล่องพัสดุจะถูกจัดส่งมาในสภาพแบน เพื่อประหยัดพื้นที่ขนส่ง ผู้ใช้ต้องพับและประกอบเองก่อนใช้งาน
หากอยากได้กล่องพัสดุฟรี จะหาจากที่ไหนได้บ้าง
สามารถขอรับกล่องพัสดุฟรีได้จากผู้ให้บริการขนส่งบางราย เช่น ไปรษณีย์ไทย, Kerry Express, Flash Express ที่มีโปรโมชั่นแจกกล่องเมื่อใช้บริการส่งพัสดุ
แหล่งซื้อกล่องที่ถูกที่สุดคือที่ไหน
แหล่งซื้อกล่องที่ถูกที่สุดมักขึ้นอยู่กับจำนวนที่ต้องการ สำหรับตัวเลือกฟรี ไปรษณีย์ไทย Kerry Express และ Flash ล้วนมีกล่องพัสดุฟรีเมื่อใช้บริการของพวกเขา หากต้องการกล่องธรรมดาจำนวนมาก ซัพพลายเออร์อย่าง Makro หรือแพ็กจาก Lazada และ Shopee มักให้ราคาต่อกล่องที่ต่ำที่สุด


