ตลาดออนไลน์มีมาตั้งแต่การค้าขายของมนุษย์ ตั้งแต่ตลาดในท้องถิ่นไปจนถึงร้านค้าเล็ก ๆ ซึ่งมีอยู่ในทุกวัฒนธรรม
ในปัจจุบัน ตลาดเหล่านี้ยังมีอยู่ในโลกออนไลน์ เนื่องจากอีคอมเมิร์ซ ได้ทำให้การขายและการบริโภคสินค้ากลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ทั่วโลก สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบอย่างมาก นั่นก็คือพวกเขาไม่จำเป็นต้องมีโกดังสินค้า คนทำโลจิสติกส์ หรือแม้แต่หน้าร้านจริงๆ เพื่อให้มีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก
แม้ตลาดออนไลน์จะมีอยู่หลายเจ้า แต่สองเจ้าที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงมากที่สุดคือ Amazon Handmade และ Etsy
Etsy คืออะไร
Etsy เป็นตลาดออนไลน์สำหรับสินค้าวินเทจและสินค้าแฮนด์เมดจากทั่วโลก จุดเริ่มต้นของ Etsy มาจากร้านเล็กๆ ในย่านบรูคลินเมื่อปี 2005 ก่อนจะเติบโตจนกลายเป็นอาณาจักรคอมเมิร์ซที่มีฐานลูกค้าใหญ่ระดับโลก โดยในปี 2024 มีจำนวนผู้ซื้อที่เข้ามาใช้งานจริงเกือบ 90 ล้านคน ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้มักจะตั้งใจเข้ามาเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดโดยเฉพาะ และบางส่วนก็มองหาสินค้าที่สามารถสั่งทำแบบพิเศษได้
Amazon Handmade คืออะไร
ในปี 2015 ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ได้เปิดตัว Amazon Handmade ซึ่งเป็นพื้นที่ขายของขนาดรองลงมา เพื่อเจาะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและศิลปินที่ทำงานคราฟต์โดยเฉพาะ แต่ความแตกต่างคือ Amazon Handmade จะถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ Amazon หลักที่มีสินค้าที่ผลิตจำนวนมากวางขายอยู่ด้วย ดังนั้นลูกค้าบางส่วนที่เข้ามาจึงอาจไม่ได้ตั้งใจมาหาซื้อสินค้าแฮนด์เมดตั้งแต่แรก
เปรียบเทียบ Etsy กับ Amazon Handmade
การเลือกเปิดบัญชีผู้ขายบนแพลตฟอร์มใด ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายของคุณ เช่น คุณขายให้สายงานคราฟต์โดยเฉพาะ หรือขายให้ผู้ซื้อออนไลน์ทั่วไป รวมถึงโมเดลธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณด้วย ถ้าคุณขายสินค้าปริมาณมาก ในราคาต่อชิ้นค่อนข้างต่ำ ศูนย์จัดส่งสินค้าของ Amazon และการลงประกาศฟรี อาจทำให้ Amazon Handmade เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
ในทางกลับกัน ถ้าคุณมีจำนวนรายการสินค้าไม่มาก และคาดหวังยอดขายต่อรายการในมูลค่าสูง ค่าธรรมเนียมแบบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำกว่าของ Etsy อาจคุ้มค่ากว่า แม้ว่าคุณจะต้องจ่ายค่าลงประกาศสินค้า 20 เซนต์ต่อรายการ ทุกสี่เดือนก็ตาม
ต่อไปนี้คือการเปรียบเทียบระหว่าง Amazon Handmade กับ Etsy
|
Amazon Handmade |
Etsy |
|
|---|---|---|
|
เว็บไซต์และอินเทอร์เฟซโดยรวม |
ใช้งานง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้ และตั้งค่าร้านค้าได้ไม่ซับซ้อน |
ใช้งานง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้ และตั้งค่าได้ไม่ซับซ้อน |
|
การโฆษณา |
โฆษณาแบบจ่ายต่อคลิกภายในแพลตฟอร์ม และการโปรโมตสินค้าแบบสปอนเซอร์ โดยสามารถเลือกคีย์เวิร์ดได้ |
โฆษณาแบบจ่ายต่อคลิกภายในแพลตฟอร์ม และโฆษณานอกแพลตฟอร์มแบบจ่ายเมื่อเกิดการซื้อ |
|
ค่าธรรมเนียมลงประกาศสินค้า |
ไม่มีค่าธรรมเนียม |
20 เซนต์ต่อสินค้าหนึ่งรายการ ทุกสี่เดือน |
|
ค่าสมาชิก |
ประมาณ 1,280 บาทต่อเดือน สำหรับแผน Professional Seller ที่จำเป็น |
ไม่มีค่าสมาชิกสำหรับแผนปกติ มี Etsy Plus ประมาณ 320 บาทต่อเดือน และอาจมีค่าธรรมเนียมเริ่มต้นไม่เกินประมาณ 960 บาท ขึ้นอยู่กับประเทศ |
|
ค่าธรรมเนียมการขาย |
15% ของราคาขาย |
6.5% ของราคาขาย และค่าธรรมเนียมประมวลผลการชำระเงิน 3% บวกประมาณ 8 บาท |
|
ขั้นตอนการสมัคร |
ต้องใช้เอกสารยืนยันตัวตน ข้อมูลภาษี และข้อมูลบัญชีธนาคาร พร้อมผ่านขั้นตอนการอนุมัติ |
ต้องใช้ข้อมูลยืนยันตัวตนและข้อมูลบัญชีธนาคาร |
|
บริการจัดการคำสั่งซื้อ |
มีบริการคลังสินค้าและจัดส่งสินค้า |
ไม่มีบริการคลังสินค้า และจัดส่งสินค้า |
เว็บไซต์และอินเทอร์เฟซโดยรวม
ทั้ง Amazon Handmade และ Etsy ใช้งานง่ายและเป็นมิตรต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทั้งสองแพลตฟอร์มช่วยให้คุณตั้งค่าร้านค้าออนไลน์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการพัฒนาเว็บไซต์มาก่อน นอกจากนี้ยังมีแอปมือถือและแดชบอร์ดสำหรับผู้ขาย เพื่อช่วยติดตามคำสั่งซื้อและข้อมูลการขายได้อย่างสะดวก
การโฆษณาในฐานะผู้ขายบน Etsy เทียบกับการโฆษณาบน Amazon
ทั้งผู้ขายบน Etsy และ Amazon Handmade สามารถลงโฆษณาสินค้าภายในแพลตฟอร์มแบบจ่ายต่อคลิก หรือ PPC ซึ่งหมายความว่าคุณจะจ่ายเงินก็ต่อเมื่อลูกค้าคลิกโฆษณาเท่านั้น ทั้งสองมาร์เก็ตเพลสใช้ระบบประมูลในการกำหนดตำแหน่งการแสดงผล โดยโฆษณาสินค้าแบบสปอนเซอร์ของ Amazon เปิดให้คุณเลือกคีย์เวิร์ดได้ ทำให้ควบคุมได้ว่าโฆษณาจะไปปรากฏเมื่อใด
Etsy ยังเปิดให้สร้างโฆษณานอกแพลตฟอร์มได้ด้วย คุณจะจ่ายค่าโฆษณาเหล่านี้ก็ต่อเมื่อลูกค้าคลิกโฆษณา และเข้ามาซื้อสินค้าจากร้านของคุณภายใน 30 วัน หากร้านของคุณมียอดขายต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 300,000 บาท คุณจะจ่ายค่าธรรมเนียมให้ Etsy 15% แต่หากยอดขายจากโฆษณาเกิน 10,000 ดอลลาร์ ค่าธรรมเนียมจะลดลงเหลือ 12%
Amazon Handmade เทียบกับ Etsy ในด้านค่าลงประกาศ ค่าธรรมเนียมการขาย และต้นทุนเริ่มต้น
ทั้ง Amazon Handmade และ Etsy เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายรวม โดยค่าธรรมเนียมของ Amazon อยู่ที่ 15% ซึ่งสูงกว่า Etsy ที่ 6.5% อย่างไรก็ตาม Amazon ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมประมวลผลการชำระเงิน ในขณะที่ Etsy มีค่าธรรมเนียมส่วนนี้ ขึ้นอยู่กับประเทศของผู้ขาย
Etsy เรียกเก็บค่าลงประกาศสินค้า 20 เซนต์ต่อรายการ ทุก 4 เดือน ส่วน Amazon ไม่คิดค่าลงประกาศสินค้า แต่ Amazon กำหนดให้ผู้ขายบน Amazon Handmade ต้องสมัครแผน Premium Seller ของบริษัท ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,280 บาทสำหรับเดือนแรก หลังจากนั้น Amazon จะยกเว้นค่าธรรมเนียมแผน Premium Seller ส่วน Etsy ไม่ได้บังคับให้ผู้ขายสมัครสมาชิก แต่อาจมีค่าธรรมเนียมเริ่มต้น ขึ้นอยู่กับประเทศที่คุณอยู่ โดยค่าใช้จ่ายนี้แตกต่างกันไป แต่ไม่เกิน 1,000 บาทโดยประมาณ
หากต้องการหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายเหล่านี้ทั้งหมด คุณอาจพิจารณาสร้างหน้าร้านบนแพลตฟอร์มอย่าง Shopify แทนการขายผ่านมาร์เก็ตเพลสเพียงอย่างเดียว บน Shopify คุณจะรับผิดชอบเฉพาะค่าธรรมเนียมประมวลผลการชำระเงิน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3% เท่านั้น และเพื่อขยายการเข้าถึง คุณสามารถเชื่อมต่อ Shopify กับ Etsy และ Amazon ผ่านแอป Marketplace Connect ของ Shopify ได้ วิธีนี้ช่วยให้คุณนำสินค้าไปแสดงบนมาร์เก็ตเพลสหลักของ Amazon ได้ แต่หากต้องการขายบน Amazon Handmade คุณอาจต้องลงสินค้าในระบบของ Amazon ก่อน เนื่องจาก Amazon Handmade มีขั้นตอนอนุมัติผู้ขายที่เข้มงวด
ขั้นตอนการสมัคร
ทั้ง Amazon Handmade และ Etsy กำหนดให้ผู้ขายให้ข้อมูลบัญชีธนาคารและยืนยันตัวตนก่อนเปิดร้าน อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการสมัครของ Amazon มีความเข้มงวดมากกว่า คุณต้องให้ข้อมูลภาษี และรอการอนุมัติใบสมัครสำหรับ Amazon Handmade กระบวนการนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสินค้าที่คุณขายเป็นงานทำมือจริง ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตแบบอุตสาหกรรมจำนวนมาก
บริการจัดการคำสั่งซื้อ
ทั้ง Amazon และ Etsy มีตัวเลือกจัดส่งฟรี และเปิดให้ผู้ขายกำหนดวิธีจัดส่งและอัตราค่าจัดส่งเองได้ แต่มีเพียง Amazon เท่านั้นที่ให้บริการคลังสินค้าและจัดการคำสั่งซื้อแบบครบวงจร
Amazon มีโปรแกรม Fulfillment by Amazon หรือ FBA ซึ่งผู้ขายจะส่งสินค้าไปเก็บไว้ที่คลังของ Amazon เมื่อมีการสั่งซื้อ Amazon จะเป็นผู้ดูแลขั้นตอนการจัดเก็บ แพ็ก และจัดส่งสินค้าให้ทั้งหมด ส่วน Etsy มีบริการฉลากจัดส่งในราคาส่วนลดให้ผู้ขาย แต่ไม่ได้ให้บริการฝากสินค้าในคลังหรือจัดส่งแทนผู้ขาย
ข้อดีและข้อเสียของการขายใน Etsy
เช่นเดียวกับสิ่งอื่น ๆ การประเมินข้อดีของการขายใน Etsy จะง่ายขึ้นเมื่อพิจารณาข้อดีและข้อเสียอย่างใกล้ชิด
ข้อดีของการขายใน Etsy
- ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำ: Etsy เก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมอยู่ที่ 6.5% ซึ่งถือว่าถูกกว่า Amazon ที่เก็บถึง 15% แม้จะรวมค่าธรรมเนียมการชำระเงินเพิ่มเติมอีก 3% แล้วก็ตาม โดยรวมแล้วคุณยังจ่ายค่าธรรมเนียมต่อการขายน้อยกว่าการขายใน Amazon Handmade อยู่ดี
- กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มที่มีความตั้งใจซื้อสูง: ภาพลักษณ์ของแบรนด์ Etsy นั้นชัดเจนว่าเป็นแหล่งรวมสินค้าแฮนด์เมด ทำให้ฐานลูกค้าเกือบ 90 ล้านคนที่มีการใช้งานอยู่นั้น ตั้งใจเข้ามาเพื่อมองหาสินค้าแฮนด์เมดและของวินเทจโดยเฉพาะ
- ปรับแต่งหน้าธุรกิจได้ตามต้องการ: หากใช้แพ็กเกจ Etsy Plus (ราคา 10 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือประมาณ 320 บาท) คุณจะสามารถปรับแต่งหน้าตาและอินเทอร์เฟซของร้านได้เอง ไม่ว่าจะเป็นการใส่แบนเนอร์ การเลือกสินค้าแนะนำ หรือฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อสินค้ากลับมาเติมสต็อก ซึ่งถ้าอยากใช้ฟีเจอร์นี้ให้คุ้มที่สุด คุณควรสร้างชื่อแบรนด์และภาพลักษณ์ให้โดดเด่นและน่าจดจำ
ข้อเสียของการขายใน Etsy
- มีค่าธรรมเนียมจุกจิกที่ต้องจ่ายซ้ำ: Etsy เก็บค่าลงสินค้า 20 เซนต์ หรือประมาณ 6.4 บาท ซึ่งจะวนกลับมาเก็บทุกๆ 4 เดือน สมมติว่าคุณลงสินค้าไว้ 100 รายการ คุณต้องจ่ายก่อนเลย 20 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6401 บาท และถ้าภายใน 4 เดือนนั้นยังขายไม่ได้เลย คุณก็ต้องจ่ายอีก 20 ดอลลาร์เพื่อรักษารายการสินค้าไว้ ค่าธรรมเนียมตรงนี้อาจกลายเป็นปัญหาได้ถ้าคุณเน้นขายสินค้าจำนวนมากในราคาต่อชิ้นที่ต่ำ
- ไม่มีบริการช่วยจัดส่งสินค้า: เจ้าของร้านใน Etsy ต้องรับผิดชอบเรื่องการสต็อกสินค้าและจัดการระบบขนส่งด้วยตัวเองทั้งหมด แม้ว่า Etsy จะมีเลเบลสำหรับจ่าหน้าซองที่สั่งพิมพ์ได้ง่ายๆ เตรียมไว้ให้ แต่คุณก็ยังต้องมานั่งพิมพ์ของ แพ็กลงกล่อง และไปส่งเอง (หรือต้องไปดีลกับบริษัทรับส่งสินค้าข้างนอกเอง)
ข้อดีและข้อเสียของการขายใน Amazon Handmade
ต่อไปนี้คือข้อดีและข้อเสียบางส่วนของการขายสินค้าบน Amazon Handmade
ข้อดีของการขายใน Amazon Handmade
- ฐานลูกค้าขนาดใหญ่: ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2024 Amazon เป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากเป็นอันดับสี่ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสินค้า Amazon Handmade ถูกรวมอยู่ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลักของ Amazon การขายผ่าน Amazon Handmade จึงช่วยให้สินค้าของคุณเข้าถึงลูกค้าจำนวนมหาศาลทั่วโลกได้
- ใช้แผน Professional ได้ฟรี: ตอนสมัครใช้งาน คุณต้องชำระค่าแผน Professional เดือนละ 39.99 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,280 บาท แต่หลังจากเดือนแรก Amazon จะยกเว้นค่าธรรมเนียมสมาชิกรายเดือน สิทธิประโยชน์ของแผนนี้ ได้แก่ เครื่องมือปรับราคาสินค้าอัตโนมัติเพื่อให้แข่งขันได้ และเครื่องมือจัดการรายการสินค้าและราคาจำนวนมาก
- ไม่มีค่าธรรมเนียมลงรายการสินค้า: Amazon ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการลงประกาศสินค้า คุณจะจ่ายค่าธรรมเนียมก็ต่อเมื่อมีการขายเกิดขึ้นเท่านั้น
ข้อเสียของการขายใน Amazon Handmade
- Amazon เป็นคู่แข่งกับผู้ขายบนแพลตฟอร์มของตัวเอง: Amazon มีแบรนด์ภายในของตัวเองหลายแบรนด์ และโปรโมตควบคู่ไปกับสินค้าของผู้ขายรายอื่น ทำให้ผู้ขายบน Amazon Handmade ต้องแข่งขันโดยตรงกับบริษัทอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- ค่าธรรมเนียมการขายสูงกว่า: แม้ว่าผู้ขายบน Amazon Handmade จะได้รับแผน Professional โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน แต่ค่าธรรมเนียม 15% ที่เรียกเก็บจากยอดขายแต่ละรายการนั้นสูงกว่า Etsy
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Amazon Handmade vs Etsy
Amazon Handmade ถูกกว่า Etsy หรือไม่
ไม่เสมอไป ทั้ง Amazon Handmade และ Etsy มีราคาที่แข่งขันกันได้ ราคาสินค้าอาจถูกหรือแพงกว่ากัน ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและผู้ขายแต่ละราย
Etsy หรือ Amazon ดีกว่ากัน
ทั้ง Etsy และ Amazon Handmade เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการขายงานทำมือ Etsy เน้นสินค้าทำมือและสินค้าวินเทจ ขณะที่ Amazon มีสินค้าหลากหลายกว่ามาก และมีหมวด Amazon Handmade แยกเฉพาะสำหรับงานทำมือ
Amazon Handmade ทำกำไรได้หรือไม่
ได้ Amazon Handmade สามารถสร้างกำไรได้ เพราะเปิดโอกาสให้เข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมหาศาล และไม่มีค่าธรรมเนียมลงประกาศสินค้า จึงเหมาะสำหรับผู้ประกอบการและงานคราฟต์ที่ต้องการสร้างรายได้จากทักษะของตนเอง นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือโฆษณาที่ช่วยโปรโมตสินค้าได้อีกด้วย
เว็บไซต์ไหนดีที่สุดสำหรับขายสินค้าแฮนด์เมด
Etsy เป็นแพลตฟอร์มที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดสำหรับการขายสินค้าแฮนด์เมดทางออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกอื่นที่ควรพิจารณา เช่น Amazon Handmade, Shopify และ eBay


