ธุรกิจหลายแห่งในปัจจุบันต้องการเพิ่มระบบอีคอมเมิร์ซเข้าไปในเว็บไซต์เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นและให้ความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของร้านค้าหน้าร้าน ผู้ให้บริการที่เสนอสินค้าแบบรวมชุด หรือคนทำคอนเทนต์ การเพิ่มความสามารถด้านอีคอมเมิร์ซเข้าไปในเว็บไซต์ถือเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการทดลองขายออนไลน์ มักจะเป็นขั้นตอนแรกก่อนที่จะย้ายธุรกิจไปยังแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบเต็มรูปแบบ
นี่คือคู่มือสั้นๆ เกี่ยวกับวิธีการเพิ่มอีคอมเมิร์ซเข้าไปในเว็บไซต์และโซลูชันซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดเพื่อให้สำเร็จ
วิธีเพิ่มระบบขายของบนเว็บ
- ใช้ปลั๊กอินอีคอมเมิร์ซบนเว็บไซต์ของคุณ
- ติดตั้งระบบชำระเงินบนเว็บไซต์ เพื่อให้รับเงินจากลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ
- เชื่อมเว็บไซต์เข้ากับแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสออนไลน์
- ต่อระบบอีคอมเมิร์ซแบบสำเร็จรูปเข้ากับเว็บไซต์เดิม
หากคุณต้องการเริ่มขายออนไลน์อย่างรวดเร็ว การเพิ่มฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซเข้าไปในเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้วคือทางเลือกที่ทำได้ทันที ต่อไปนี้คือแนวทางหลักๆ ที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น
ใช้ปลั๊กอินอีคอมเมิร์ซบนเว็บไซต์ของคุณ
ปลั๊กอินอีคอมเมิร์ซคือซอฟต์แวร์เสริมที่ช่วยเพิ่มฟังก์ชันการขายออนไลน์ให้กับเว็บไซต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นหน้าสินค้า ตะกร้าสินค้า หรือระบบเช็กเอาต์ ทำให้คุณสามารถเริ่มขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดาย
ระบบจัดการเนื้อหา (CMS) หลายแพลตฟอร์ม เช่น WordPress ที่มี WooCommerce หรือ Shopify ที่มี Buy Button มีคลังปลั๊กอินเฉพาะทางให้เลือกใช้งาน คุณสามารถค้นหาและติดตั้งปลั๊กอินอีคอมเมิร์ซที่รองรับ เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ให้พร้อมสำหรับการขายสินค้า
เมื่อทำการติดตั้งปลั๊กอินเหล่านี้ เว็บไซต์จะมีฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซพื้นฐานที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของคุณ ถือเป็นวิธีที่รวดเร็วและได้ผล สำหรับการเพิ่มระบบขายของบนเว็บ โดยไม่จำเป็นต้องย้ายเว็บไซต์ทั้งหมดไปยังแพลตฟอร์มใหม่
ติดตั้งระบบชำระเงินบนเว็บไซต์ เพื่อให้รับเงินจากลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ
ระบบชำระเงิน (Payment Gateway) ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณสามารถประมวลผลการชำระเงินได้อย่างปลอดภัย บริการอย่าง PayPal, Stripe หรือ Google Checkout มีโซลูชันที่ติดตั้งได้ง่ายและนำไปใช้กับเว็บไซต์ธุรกิจได้ทันที ระบบชำระเงินเหล่านี้มาพร้อม API (ตัวกลางที่ช่วยให้ซอฟต์แวร์สื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้) และปลั๊กอินที่ทำงานร่วมกับระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ เพื่อรองรับการชำระเงินอีคอมเมิร์ซอย่างปลอดภัย
การเชื่อมต่อระบบชำระเงินโดยตรงช่วยให้คุณเพิ่มฟังก์ชันการรับเงินเข้าไปในเว็บไซต์ได้ โดยยังคงดีไซน์และการทำงานเดิมไว้ครบ วิธีนี้ช่วยประหยัดต้นทุน เพราะไม่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างเว็บไซต์ครั้งใหญ่ หรือพึ่งพาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของบุคคลที่สาม
เชื่อมเว็บไซต์เข้ากับแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสออนไลน์
หากต้องการขยายการเข้าถึงลูกค้า ลองเชื่อมเว็บไซต์ของคุณเข้ากับแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสออนไลน์อย่าง Amazon eBay หรือ Etsy วิธีนี้ช่วยให้คุณลงขายสินค้าและจัดการทุกอย่างได้จากเว็บไซต์ของตัวเอง แพลตฟอร์มเหล่านี้มีระบบเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์จัดการสต็อก ช่วยอัปเดตยอดขายและจำนวนสินค้าแบบอัตโนมัติ
การซิงก์เว็บไซต์กับมาร์เก็ตเพลสออนไลน์เป็นวิธีเริ่มขายออนไลน์ที่ได้ประโยชน์จากทราฟฟิกของแพลตฟอร์มเหล่านั้นไปพร้อมกัน อีกทั้งยังเป็นทางเลือกที่ดีในการทดลองตลาดใหม่ โดยไม่ต้องลงทุนทรัพยากรจำนวนมากตั้งแต่แรก
ต่อระบบอีคอมเมิร์ซแบบสำเร็จรูปเข้ากับเว็บไซต์เดิม
อีกหนึ่งทางเลือกคือการสร้างร้านค้าอีคอมเมิร์ซแยกต่างหาก แล้วเชื่อมต่อเข้ากับเว็บไซต์เดิมของคุณ แพลตฟอร์มอย่าง Shopify, Magento และ BigCommerce สามารถติดตั้งในรูปแบบซับโดเมน (เช่น shop.yourdomain.com) โดยยังคงดีไซน์และการนำทางของเว็บไซต์หลักไว้ได้
ร้านค้าอีคอมเมิร์ซแบบแยกเหล่านี้มาพร้อมฟังก์ชันที่ครบและแข็งแรง เช่น ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง การจัดการลูกค้า และตัวเลือกระบบชำระเงินที่หลากหลาย
แนวทางนี้ต้องใช้เวลาและการทำงานมากกว่า เพราะเป็นการเชื่อมระบบอีคอมเมิร์ซอีกชุดเข้ากับเว็บไซต์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ข้อดีคือเป็นโซลูชันที่ขยายต่อได้ในระยะยาว เหมาะกับธุรกิจที่พร้อมจริงจังกับอีคอมเมิร์ซ และต้องการสร้างร้านค้าออนไลน์ที่ครบถ้วนและเติบโตไปพร้อมธุรกิจ
โซลูชันยอดนิยมที่ช่วยเพิ่มระบบขายของบนเว็บ
การเลือกโซลูชันอีคอมเมิร์ซที่เหมาะสมสามารถเป็นตัวกำหนดความสำเร็จหรือล้มเหลวในการขายออนไลน์ นี่คือแพลตฟอร์มชั้นนำที่มีความเรียบง่าย ความยืดหยุ่น และฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซที่ทรงพลังสำหรับเว็บไซต์ของคุณ:
Shopify Buy Button
Shopify Buy Button คือปลั๊กอินอีคอมเมิร์ซที่ช่วยให้คุณเพิ่มฟังก์ชันการขายลงในเว็บไซต์ที่มีอยู่ได้ทันที โดยใช้โค้ดเพียงเล็กน้อยวางลงใน HTML ของเว็บไซต์ ก็สามารถสร้างประสบการณ์เช็กเอาต์ที่สวยงามและขับเคลื่อนด้วยระบบของ Shopify สำหรับสินค้าหรือคอลเลกชันใดก็ได้
Buy Button เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการคงดีไซน์และคอนเทนต์ของเว็บไซต์เดิมไว้ พร้อมใช้ระบบชำระเงินที่ปลอดภัยและเสถียรของ Shopify
ฟีเจอร์ไฮไลท์
- การเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ ฝังสินค้าหรือคอลเลกชันลงในเว็บไซต์ บล็อก หรือแลนดิ้งเพจที่มีอยู่ได้ทันที โดยไม่กระทบกับดีไซน์เดิม
- ดีไซน์ที่ปรับแต่งได้ ปรับสี ขนาด และข้อความของปุ่ม Buy Button ให้เข้ากับสไตล์และภาพลักษณ์ของแบรนด์
- ระบบเช็กเอาต์ที่ใช้งานง่าย ช่วยลดขั้นตอนการซื้อ รองรับการใช้งานบนมือถือ และมีความปลอดภัยสำหรับลูกค้า
Shoprocket
Shoprocke เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ที่มีอยู่ ช่วยเปลี่ยนเว็บไซต์ของคุณให้กลายเป็นร้านค้าออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย
เพียงฝังโค้ดของ Shoprocket หนึ่งบรรทัด คุณก็สามารถเพิ่มฟังก์ชันการขายออนไลน์ให้ผู้เข้าชมเลือกซื้อสินค้าได้โดยตรงจากเว็บไซต์เดิม พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ลื่นไหลให้ผู้ใช้งาน และมีระบบหลังบ้านสำหรับผู้ขายในการจัดการสต็อก ติดตามคำสั่งซื้อ และวิเคราะห์ข้อมูลยอดขาย
ฟีเจอร์ไฮไลท์
- แดชบอร์ดรวมศูนย์ จัดการสินค้า คำสั่งซื้อ และข้อมูลลูกค้าจากหน้าจอเดียว ช่วยให้ควบคุมธุรกิจออนไลน์ได้อย่างครบถ้วน
- รองรับระบบชำระเงินจากทั่วโลก รองรับวิธีชำระเงินมากกว่า 45 รูปแบบ ช่วยให้รับชำระเงินจากลูกค้าหลากหลายประเทศได้
SnipCart
Snipcart เป็นโซลูชันตะกร้าสินค้าที่ทำงานด้วย HTML และ JavaScript สามารถเพิ่มเข้าไปในเว็บไซต์ใดก็ได้ ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเปลี่ยนส่วนใดของเว็บไซต์ให้กลายเป็นตะกร้าสินค้าได้ตามต้องการ
โปรแกรม Snipcart ช่วยให้คุณคงรูปลักษณ์และประสบการณ์ของเว็บไซต์ธุรกิจเดิมไว้ พร้อมเพิ่มฟังก์ชันอีคอมเมิร์ซ เช่น ระบบเช็กเอาต์ที่ปรับแต่งได้ และการประมวลผลการชำระเงินที่ปลอดภัย
ฟีเจอร์ไฮไลท์
- เวิร์กโฟลว์ที่ออกแบบมาเพื่อนักพัฒนา เชื่อมระบบตะกร้าสินค้าเข้ากับเว็บไซต์ได้ง่าย ผ่านโครงสร้าง HTML ที่ไม่ซับซ้อน
- รองรับการชำระเงินระหว่างประเทศ เปิดทางให้ลูกค้าเลือกวิธีชำระเงินจากหลายประเทศ ช่วยให้ขายสินค้าได้ในตลาดทั่วโลก
Ecwid
Ecwid เป็นโซลูชันอีคอมเมิร์ซที่ช่วยให้คุณเพิ่มตะกร้าสินค้าเข้าไปในเว็บไซต์ที่มีอยู่ได้ทันที ออกแบบมาให้ใช้งานแบบ plug and play ใช้ความรู้ทางเทคนิคน้อย และสามารถซิงก์การขายกับหลายแพลตฟอร์ม ทั้งโซเชียลมีเดียและมาร์เก็ตเพลสภายนอก
ฟีเจอร์ไฮไลท์
- การซิงก์หลายแพลตฟอร์ม ขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย มาร์เก็ตเพลส และหน้าร้าน พร้อมสต็อกที่อัปเดตตรงกัน
- จัดการผ่านแอปมือถือ ดูแลออเดอร์ สินค้า โปรโมชั่น และการสื่อสารกับลูกค้าได้ง่าย ผ่านแอปบน iOS และ Android
RomanCart
RomanCart เป็นโซลูชันอีคอมเมิร์ซที่ช่วยเพิ่มตะกร้าสินค้าให้กับเว็บไซต์ บล็อก หรือหน้าโซเชียลมีเดีย เพียงแทรกโค้ด HTML ก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่ออนไลน์ของคุณให้กลายเป็นร้านค้าได้ทันที
ฟีเจอร์ไฮไลท์
- เทมเพลตตะกร้าสินค้า เลือกเทมเพลตได้หลากหลาย เพื่อกำหนดหน้าตาและประสบการณ์การซื้อของลูกค้า
- เครื่องมือการตลาด ฟีเจอร์อย่างโค้ดส่วนลด อีเมลมาร์เก็ตติ้ง และระบบติดตามแอฟฟิลิเอต ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย
Foxy
Foxy เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ปรับแต่งได้สูง เหมาะสำหรับนักพัฒนาและผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มระบบตะกร้าสินค้าเข้าไปในเว็บไซต์หรือเว็บแอปพลิเคชันที่มีอยู่ โดยเน้นการเชื่อมต่อที่ลื่นไหลและการปรับแต่งในระดับลึก เพื่อให้ควบคุมประสบการณ์การเช็กเอาต์ได้อย่างเต็มที่
FoxyCart ช่วยสร้างประสบการณ์การชำระเงินที่ปลอดภัย รองรับทั้งระบบสมัครสมาชิก การรับบริจาค และการขายสินค้าดิจิทัล
ฟีเจอร์ไฮไลท์
- เช็กเอาต์ที่ปรับแต่งได้ ออกแบบขั้นตอนการชำระเงินให้เข้ากับเว็บไซต์ของคุณ ด้วยฟิลด์ เทมเพลต และการควบคุมดีไซน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า
- ตัวเลือกการจัดส่งที่ยืดหยุ่น เชื่อมต่อระบบขนส่งและมอบตัวเลือกการจัดส่งที่เชื่อถือได้ ผ่านผู้ให้บริการอย่าง USPS, UPS และ FedEx
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มระบบขายของบนเว็บ
สามารถใส่ Shopify ลงในเว็บไซต์ที่มีอยู่ได้หรือไม่
ได้ คุณสามารถเชื่อม Shopify เข้ากับเว็บไซต์เดิมได้ โดยใช้ Shopify Buy Button ฝังลงในหน้าเว็บไซต์ หรือเลือกเชื่อมลิงก์ไปยังหน้าร้าน Shopify ที่สร้างไว้แล้ว
ต้องทำอย่างไรถึงจะตั้งค่าเว็บอีคอมเมิร์ซได้
การตั้งค่าเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเริ่มจากการเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับธุรกิจ จากนั้นปรับดีไซน์ร้าน เพิ่มสินค้า ตั้งค่าระบบชำระเงินและการจัดส่ง แล้วจึงเปิดเว็บไซต์ให้พร้อมขาย
ทำไมคุณควรเพิ่มระบบขายของบนเว็บ
การเพิ่มระบบขายของบนเว็บช่วยเปิดโอกาสในการสร้างรายได้มากขึ้น เพราะคุณสามารถขายสินค้าหรือบริการให้ลูกค้าออนไลน์ได้โดยตรง ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่


